เฉินเส้าอันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองดวงตากลมโตที่ยังมีเส้นเลือดฝอยแดงก่ำคู่นั้น
“ข้าก็อยากได้พู่กันแสงเทพทะลวงตะวัน” องค์หญิงเล่อหนิงเชิดอกเล็ก ๆ ขึ้น พยายามทำท่าทางให้ดูน่าเกรงขาม “ข้าจะช่วยเสด็จพ่อแก้แค้น สั่งสอนคนชั่วพวกนั้น”
ภายในรถม้าเงียบงันไปชั่วขณะ
ฮองเฮาอ้าพระโอษฐ์ คล้ายอยากจะตรัสสิ่งใด ทว่าสุดท้ายก็ทรงเงียบไป เพียงลูบเส้นผมของธิดาเบา ๆ
เฉินเส้าอันมิได้ลังเลนาน เอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า
“ได้ ข้าจะให้เจ้าหญิงหนึ่งด้าม แต่เจ้าต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่ง ใช้ส่องคนชั่วได้ ห้ามส่องพวกเดียวกัน ตกลงหรือไม่?”
เล่อหนิงรับปากกาเลเซอร์ด้วยสองมือ พยักหน้าอย่างจริงจังราวกับรับภารกิจศักดิ์สิทธิ์ “ข้ารับปาก”
หงเป่าที่อยู่ข้าง ๆ ฉีกยิ้มกว้าง “ดี! องค์หญิงทรงมีความมุ่งมั่น หากพวกสุนัขเป่ยเยี่ยนกล้าเข้ามาใกล้ ก็ใช้พู่กันแสงเทพส่องตาพวกมัน ให้ล้มระเนระนาดไปเลย”
เล่อหนิงขานรับเสียงหนักแน่น กำปากกาเลเซอร์ในมือไว้แน่น ใบหน้าน้อย ๆ เปล่งประกายสดใสขึ้นเป็นครั้งแรกนับแต่เช้า
เฉินเส้าอันถอนสายตากลับมา เพ่งมองถนนเบื้องหน้าอีกครั้ง
กองทหารม้าดำทะมึนขบวนนั้นใกล้เข้ามาทุกที เขาถึงกับมองเห็นธงที่ปักลายหัวหมาป่าตรงแนวหน้าสะบัดพึ่บพั่บอยู่กลางสายลม
เขาสูดลมหายใจลึก มือขวากำพวงมาลัยแน่น ส่วนมือซ้ายกดปุ่มเลื่อนกระจกหน้าต่างลง ปล่อยให้ลมยามเช้าพัดเข้ามาในรถ ขจัดความง่วงงุนที่เหลืออยู่ให้หมดไป
“เตรียมพร้อมหรือยัง?” เขาถามเสียงขรึม