เผยฉงเหยียนพลันยืดตัวขึ้น ใช้แขนเสื้อเช็ดคราบน้ำตาและสุราบนใบหน้าอย่างลวกๆ ก่อนแค่นหัวเราะเย็นชา
“อาจารย์เฉินกำลังเป็นห่วงข้า หรือกำลังเยาะเย้ยข้ากันแน่?”
เฉินเส้าอันสีหน้าไม่เปลี่ยน กล่าวอย่างสงบว่า “ย่อมเป็นห่วง คุณชายเผยคิดมากไปแล้ว”
“คิดมาก?” เผยฉงเหยียนแค่นหัวเราะ วางจอกใบใหญ่ลง ก่อนกอดอกแล้วกวาดตามองเฉินเส้าอันตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างท้าทาย
“พูดถึงเรื่องนี้ ข้าก็นึกขึ้นมาได้ อาจารย์เฉิน...ไม่สิ ควรเรียกท่านว่าพ่อครัวหลวงเฉินจึงจะถูก ข้าจำไม่ผิดกระมัง? ท่านเคยเป็นพ่อครัวหลวงอยู่ในเมืองหลินอันใช่หรือไม่?”
สิ้นคำ แขกเหรื่อจากโต๊ะรอบๆ ต่างเงียบเสียงลง สายตาทุกคู่พากันจับจ้องมาทางนี้
เฉินเส้าอันสบตาเผยฉงเหยียน ก่อนพยักหน้าอย่างเปิดเผย “ไม่ผิด ข้าเคยเป็นพ่อครัวหลวงจริง”
เผยฉงเหยียนคล้ายจับจุดอ่อนของอีกฝ่ายได้ รอยยิ้มบนใบหน้าจึงยิ่งลึกล้ำขึ้น
เขาหันไปทางแขกเหรื่อโดยรอบ พลางขึ้นเสียงกล่าวว่า
“ทุกท่านได้ยินแล้วใช่หรือไม่? ข้าบอกแล้วเชียวว่าอาจารย์เฉินท่านนี้คือพ่อครัวหลวงเฉินผู้เลื่องชื่อไปทั่วหลินอัน ข้าพูดไม่ผิดใช่หรือไม่?”
เขาหันกลับมามองเฉินเส้าอันอีกครั้ง น้ำเสียงเจือแววเยาะหยันอย่างชัดเจน
“พ่อครัวหลวงเฉิน อาหารบนโต๊ะคืนนี้ของท่านรสชาติดีจริง ข้าเลื่อมใสยิ่งนัก ทว่า...”
“ข้าได้ยินมาว่าท่านยังสร้างโคมแก้วส่องสว่างดวงนั้นขึ้นมา ทั้งรถเหล็ก เสาส่งเสียง และของประหลาดอื่นๆ อีกมากมาย เรื่องนี้ดูจะไม่ค่อยเหมาะกระมัง?”
