ร่างของหลิ่วหยาพลันแข็งทื่อ ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่ตกใจจนไม่กล้าหายใจแรง
เฉินเส้าอันมิได้กล่าวสิ่งใด เพียงดึงผ้าห่มเก็บความร้อนสีเงินเทาขึ้นมาคลุมทั้งสองคนอย่างมิดชิด แล้วจัดมุมผ้าให้เรียบร้อย เพื่อมิให้มีช่องว่างจนลมหนาวลอดผ่าน
จากนั้นเขาก็ชักแขนกลับมา โอบเอวนางไว้อย่างแผ่วเบา วางคางบนกระหม่อมนาง แล้วหลับตาลง
หลิ่วหยานิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนเขา ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงไออุ่นจากแผ่นอกของเขาที่ส่งผ่านเนื้อผ้ามา ได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่ข้างหู และรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นผ่าวที่พัดผ่านกระหม่อมอย่างสม่ำเสมอ
หัวใจนางเต้นรัว ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบทอดไข่ได้
ก่อนหน้านี้แม้นางกับเขาจะเคยนั่งเคียงบ่าดูดวงดาว และจับมือกันเป็นครั้งคราว ทว่าการกอดกันแนบชิดเช่นนี้นับเป็นครั้งแรก
นางหลับตาลงอย่างประหม่า ความคิดในหัวปั่นป่วน เดี๋ยวก็คิดว่า “เหตุใดเขาจึงกล้าเช่นนี้” เดี๋ยวก็คิดว่า “ทำเช่นนี้จะดูใจง่ายเกินไปหรือไม่” แล้วก็คิดต่อว่า “หากมีคนเห็นเข้าจะทำอย่างไร”...
แต่ไม่นาน ความคิดวุ่นวายเหล่านั้นก็ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคง
อ้อมแขนของเขาช่างอบอุ่น
ผ้าห่มเก็บความร้อนผืนนั้นก็ช่วยกักเก็บไออุ่นจากร่างของทั้งสองไว้ดังที่เขากล่าวจริง ๆ ไม่มีไอหนาวเล็ดลอดเข้ามาแม้แต่น้อย
ลมภูเขาพัดหวีดหวิวผ่านโขดหิน ส่งเสียงครวญคราง ทว่านางกลับมิรู้สึกหนาวเลย มีเพียงความอบอุ่นและความปลอดภัยเต็มหัวใจ
