หงเป่ากุมบาดแผลตรงหน้าท้อง ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ
ปกติเขาก็นับเป็นชายชาตรีผู้แข็งแกร่งในค่ายทหาร ทว่าบัดนี้บาดเจ็บตรงนั้น ทุกย่างก้าวจึงทำให้แผลปวดร้าว
เขาเป็นถึงแม่ทัพ จะให้คนแบกลงจากเขาไม่ได้เด็ดขาด เช่นนั้นคงเสียหน้ามากเกินไป
เขาเพียงยื่นมือข้างหนึ่งพาดบ่าองครักษ์ข้างกายเพื่อพยุงตัว กัดฟันขยับลงจากเขาทีละก้าว
ก้าวเดินไม่กว้างนัก เดินไปไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดพักหายใจสักครู่ หน้าผากชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ทว่าเขากลับไม่ปริปากสักคำ
เฉินเส้าอันเดินมาหยุดตรงหน้าหลิ่วหยา มองใบหน้าที่ซีดขาวอยู่บ้างของนาง ก่อนยื่นมือออกไป มุมปากประดับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“หลิ่วหยา ทางนี้อันตรายนัก ให้ข้าจูงเจ้าไปเถิด จะได้ไม่พลัดตกลงไป”
ใบหน้าของหลิ่วหยาพลันแดงก่ำ
รอบกายมีผู้คนอยู่เต็มไปหมด เฉินเส้าอันกลับยื่นมือมาจูงนางอย่างเปิดเผย นางทั้งเขินอายทั้งกระวนกระวายใจ
ทว่านางหวาดกลัวจริง ๆ สองข้างทางเป็นหน้าผาลึกจนมองไม่เห็นก้น เพียงเหลือบลงไปมอง ขาทั้งสองก็อ่อนยวบ บันไดหินแคบเสียจนคนสองคนต้องเดินเบียดกัน หากพลาดพลั้งลื่นล้ม ผลที่จะตามมานางไม่กล้าแม้แต่จะคิด
นางก้มหน้าลังเลอยู่นาน กว่าจะค่อย ๆ วางมือลงบนฝ่ามือของเขา น้ำเสียงเบาเสียยิ่งกว่าเสียงยุง
“เช่นนั้น...คงต้องรบกวนท่านแล้ว”
เฉินเส้าอันกุมมือนางไว้ นิ้วทั้งสิบประสานแน่น บีบมือเบา ๆ เป็นการส่งแรงใจให้นาง
ฝ่ามือของหลิ่วหยาเต็มไปด้วยเหงื่อ ทว่าพอถูกเขากุมไว้ นางกลับรู้สึกอุ่นใจขึ้นไม่น้อย ราวกับมีเขาอยู่ข้างกายแล้ว หน้าผานั่นก็มิได้น่ากลัวถึงเพียงนั้น
