หลิ่วหยาหยอกเย้าด้วยความเขินอาย แต่ไม่ได้เอ่ยอะไร นางรับผ้าเช็ดหน้าในมือเฉินเส้าอันมา แล้วค่อย ๆ ซับเหงื่อบนหน้าผากให้เขา
“ท่านยุ่งมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงยามนี้ บังคับรถเหล็กคันใหญ่เช่นนี้ดูเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย ถึงเวลาพักสักหน่อยแล้ว”
เฉินเส้าอันยิ้มให้นาง “เมื่อถึงจินหลิง ยังมีเวลาให้พักอีกมาก”
ทั้งสองสบตากัน บรรยากาศรอบกายคล้ายอบอวลด้วยความหวานละมุนจาง ๆ
ในตอนนั้นเอง องค์หญิงเล่อหนิงก็วิ่งกลับมาอย่างกะทันหัน นางดึงชายกระโปรงหลิ่วหยา เงยใบหน้าน้อย ๆ ขึ้นแล้วเอ่ยอย่างน่าสงสารว่า
“พี่หลิ่วหยา ข้าหิวแล้ว...”
ทุกคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพากันหัวเราะ
หงเป่าหัวเราะเสียงดังที่สุด “ฮ่า ๆ ๆ! คงเป็นเพราะเมื่อครู่ข้าพูดว่าจะให้รถกินข้าว ถึงได้ทำให้องค์หญิงน้อยอยากกินขึ้นมาด้วย”
องค์หญิงเล่อหนิงเขินอายจนซุกใบหน้าเข้ากับกระโปรงของหลิ่วหยา เหลือให้เห็นเพียงใบหูแดงระเรื่อข้างหนึ่ง
เฉินเส้าอันเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงอาทิตย์เคลื่อนมาอยู่เหนือศีรษะแล้ว ใกล้ถึงยามเที่ยงจริง ๆ สมควรกินมื้อใหญ่สักมื้อ
“ได้ เช่นนั้นพวกเราก็กินข้าวกัน” เฉินเส้าอันปัดฝุ่นจากมือ ก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมา “ข้าจะขอให้เทพเตาไฟส่งอาหารชั้นดีมาให้พวกเราเต็มโต๊ะ”
เขาเปิดแอปสั่งอาหารส่งถึงที่ แล้วเลื่อนไปยังร้านแห่งหนึ่งอย่างชำนิชำนาญ
“มาเถิด ทุกคนอยากกินอะไรบ้าง?”
หงเป่าวางถังน้ำมันเปล่าลง แล้วขยับเข้ามาถาม “อาหารที่เทพเตาไฟประทานให้ ยังเลือกได้ด้วยหรือ?”
