ขณะที่ฮ่องเต้ประทับยืนริมหน้าผา ชี้แนะบ้านเมืองด้วยท่าทีองอาจ พระสนมฮวาก็เอนกายอยู่ข้างพระองค์ พลางเอ่ยคล้อยตามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน อีกด้านหนึ่งของไหล่เขา แผนสังหารอันร้ายกาจกำลังคืบคลานอย่างเงียบงัน
สองข้างบันไดหินเป็นหน้าผาสูงชัน โขดหินขรุขระ ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นเบาบาง
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า บนผาสูงชันแทบตั้งฉากเช่นนี้ จะมีคนแปดคนห้อยตัวอยู่
พวกเขาใช้เชือกยึดร่างไว้ตามซอกหิน แนบตัวติดผา เสื้อผ้ากลมกลืนไปกับสีของหิน มองจากบันไดขึ้นไปย่อมไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น
คนเหล่านี้ห้อยตัวอยู่บนหน้าผามาตลอดทั้งคืน
พวกเขานิ่งสนิทประหนึ่งตุ๊กแกแปดตัวที่ซุ่มรอเหยื่ออยู่บนผาหิน
บัดนี้เหยื่อขึ้นไปถึงยอดเขาแล้ว พวกเขาจึงเริ่มเคลื่อนไหว
คนแรกปลดเชือก ใช้เท้าถีบผาหิน ก่อนลงสู่บันไดหินอย่างไร้สุ้มเสียง
คนที่สองตามมาติด ๆ แล้วก็คนที่สาม คนที่สี่…ทั้งแปดคนลงถึงพื้นครบถ้วน ทุกการเคลื่อนไหวคล่องแคล่วฉับไว ไม่มีเสียงใดเกินจำเป็น
ทว่าทันทีที่พวกเขาขึ้นมาบนบันไดหิน ก็ถูกกองทหารอวี่หลินที่อยู่ด้านล่างพบเข้า
“มือสังหาร! มีมือสังหาร!”
เสียงตะโกนตกใจฉีกความสงบเงียบในหุบเขา
กองทหารอวี่หลินบริเวณไหล่เขาพลันแตกตื่น ทหารจำนวนมากกรูกันจากด้านล่างขึ้นมา ดาบและกระบี่ชักออกจากฝัก เสียงตะโกนสังหารดังกึกก้อง
เหล่าทหารรักษาการณ์ตรงทางเข้ายอดผาก็ชักดาบออกมาทันที ตั้งแถวปิดทางเข้า เตรียมพร้อมรับมือ
มือสังหารทั้งแปดถูกขนาบอยู่ตรงกลาง ด้านล่างมีกองทหารอวี่หลินกรูกันมา ส่วนด้านบนมีทหารรักษาการณ์ปิดทางเข้า ดูราวกับตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง
