เหยียนซื่อฉงเงยหน้าขึ้น เอ่ยเสียงกังวานว่า
“กระหม่อมได้รับรายงานจากกรมคลังเมื่อวานนี้ นับแต่ต้นฤดูร้อนปีนี้เป็นต้นมา ปริมาณฝนมีน้อยกว่าปกติ หลายพื้นที่เริ่มประสบภัยแล้ง กระหม่อมเห็นว่าควรจัดสรรเสบียงจากคลังในหัวเมืองใกล้เคียงไว้ล่วงหน้า เพื่อรับมือเหตุไม่คาดฝัน...”
ยิ่งกล่าว เขาก็ยิ่งคล่องแคล่ว เริ่มจากภัยแล้งในเจียงหนานไปถึงการจัดสรรการขนส่งทางน้ำ จากการขนส่งทางน้ำไปถึงการซ่อมแซมคลังเสบียงริมแม่น้ำ แล้วจากการซ่อมแซมคลังเสบียงก็ไปถึงการเกณฑ์แรงงานตามเส้นทาง
ลำดับความคิดชัดเจน ข้อมูลตัวเลขครบถ้วน อ้างอิงตำราได้อย่างเหมาะเจาะ กล่าวได้ไม่มีติดขัด
ขุนนางหลายคนที่ยืนใกล้เขาที่สุดต่างมองจากแว่นบนสันจมูกของเขาไปยังแผ่นไม้ในมืออย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะนิ่งอึ้งไปโดยสิ้นเชิง
บนแผ่นไม้มีตัวอักษรเล็กจิ๋วเขียนแน่นเต็มไปหมด
ทว่าเหยียนซื่อฉงกลับอ่านตัวอักษรเหล่านั้นได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีผิดแม้แต่คำเดียว ทั้งยังไม่ต้องออกแรงเลย
ทุกคนในราชสำนักต่างรู้ดีว่าอัครมหาเสนาบดีเหยียนสายตาพร่ามัวตามวัย เป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทราบ
ยามเข้าประชุมในท้องพระโรง แต่ก่อนเขาจะเขียนอักษรตัวโตเพียงไม่กี่คำลงบนแผ่นไม้ เพื่อเตือนความจำว่าต้องกราบทูลเรื่องใด
อย่างเช่น “การขนส่งทางน้ำ” “เสบียงฤดูใบไม้ร่วง” หรือ “ชายแดนเหนือ” คำสำคัญทำนองนี้ ยามกราบทูลตอบก็กล่าวได้เพียงใจความสั้นๆ ส่วนรายละเอียดล้วนต้องอาศัยความจำ
แต่วันนี้ ตัวอักษรบนแผ่นไม้ของเขาเล็กเท่าถั่ว ทว่าเขากลับอ่านได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง
เซียวเหยียน จักรพรรดิบนบัลลังก์มังกรเองก็สังเกตเห็นความผิดปกตินี้
เขามองจากเบื้องบน เห็นทุกขั้นตอนตั้งแต่เหยียนซื่อฉงหยิบกล่องไม้ออกมา จนถึงสวมแว่นได้อย่างชัดเจน
