ข่าวการทดลองผลิตดินปืนสำเร็จแพร่ไปถึงพระกรรณฮ่องเต้อย่างรวดเร็ว
ยามนั้นฮ่องเต้กำลังทรงตรวจฎีกาอยู่ในห้องทรงพระอักษร องค์รัชทายาทก็ผลุนผลันเข้ามาอย่างตื่นเต้น ทั้งยังไม่ทันได้คำนับก็ตรัสขึ้นทันทีว่า
“เสด็จพ่อ สำเร็จแล้ว! ดินปืนสำเร็จแล้ว!”
พู่กันชาดในพระหัตถ์ฮ่องเต้ชะงักลง พระองค์เงยพระพักตร์ขึ้น แววตาฉายประกายวาววับ
“สำเร็จแล้วหรือ?”
“สำเร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องค์รัชทายาทมีสีหน้าเปี่ยมสุข “อานุภาพร้ายกาจยิ่ง เหนือกว่าที่กระหม่อมคาดไว้มาก กระหม่อมขอเชิญเสด็จพ่อไปทอดพระเนตรด้วยพระองค์เองที่สนามฝึกพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้วางพู่กันชาดลงแล้วลุกขึ้น ฉลองพระองค์มังกรสะบัดพลิ้ว “ไป!”
เมื่อข่าวแพร่สะพัด เหยียนซื่อฉง หงฝู จูติ้งกั๋ว และขุนนางใหญ่คนอื่น ๆ ต่างได้ยินข่าวแล้วรีบรุดตามมา
คณะคนจำนวนมากออกจากประตูเมือง มุ่งหน้าไปยังสนามฝึกอันห่างไกลแห่งนั้น
บนสนามฝึกยังมีร่องรอยการทดลองเมื่อช่วงเช้าหลงเหลืออยู่ พื้นดินดำเกรียมเป็นหย่อม ๆ เศษหินกระจัดกระจายไปทั่ว
หุ่นฟางหลายตัวที่ถูกยิงจนพรุนยังไม่ได้เก็บกวาด ล้มเอียงกระเท่เร่อยู่ที่เดิม บนเกราะเก่าขาดมีตะปูเหล็กและเศษหินฝังอยู่ แลเห็นแล้วชวนให้ใจหาย
ฮ่องเต้ประทับยืนใต้เพิงไม้ ทอดพระเนตรความเละเทะกลางสนาม สีพระพักตร์เคร่งขรึม
องค์รัชทายาทเสด็จเข้าไปเอง ทรงสอดชนวนเส้นหนึ่งเข้าไปในไหดินปืนที่บรรจุใหม่ จากนั้นใส่เศษหินลงไปด้วย แล้วจุดชนวน ก่อนจะเสด็จกลับมาใต้เพิงไม้อย่างรวดเร็ว
ชนวนลุกไหม้ดังซู่ซ่า คืบเข้าไปในไห
“ตูม—!!!!”
เสียงระเบิดสะเทือนฟ้าดินดังสนั่น ไหดินเผาแตกกระจาย เศษหินปลิวว่อน แรงระเบิดพัดพาฝุ่นควันโถมเข้าใส่
หุ่นฟางหลายตัวที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ถูกแรงระเบิดเข้าเต็ม ๆ คราวนี้พวกมันสวมเกราะที่ประณีตแข็งแรงกว่าเดิม ป้องกันได้ดีกว่าเกราะหนังอยู่บ้าง ทว่ายังต้านแรงระเบิดอันรุนแรงไม่ไหว
