หลังเรื่องเก็บมันเทศผ่านพ้นไป เมืองหลวงก็ค่อย ๆ กลับคืนสู่ความสงบดังเช่นวันวาน
วันหนึ่ง หงเป่ามีเวลาว่างหาได้ยาก จึงเดินเอื่อย ๆ มายังห้องเครื่องหลวงเพื่อพูดคุยกับเฉินเส้าอัน
เขาพิงกรอบประตู กอดอกพลางมองเฉินเส้าอันที่กำลังง่วนอยู่หน้าเขียงด้วยรอยยิ้ม ก่อนเอ่ยขึ้นว่า
“น้องเฉิน อีกไม่กี่วันก็ถึงวันที่ฝ่าบาทจะเสด็จไปล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เจ้าไปด้วยหรือไม่?”
เฉินเส้าอันกำลังจัดการเนื้อหมูชิ้นหนึ่ง พอได้ยินก็เงยหน้าขึ้น
“ล่าสัตว์ฤดูใบไม้ร่วงหรือ? หมายถึงฝ่าบาทเสด็จไปล่าสัตว์ที่ลานล่าสัตว์หรือ?”
“ถูกต้อง” หงเป่าถูมือ ดวงตาเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
“ทุกปีในฤดูใบไม้ร่วง ฝ่าบาทจะเสด็จไปประทับที่ลานล่าสัตว์หลายวัน เพื่อล่าสัตว์และผ่อนคลายพระทัย ปีก่อน ๆ ห้องเครื่องหลวงส่งพ่อครัวไปตามมีตามเกิดสักสองคน ทำแต่อาหารธรรมดา ๆ ไม่น่าสนใจ ปีนี้น้องเฉินจะไปหรือไม่?”
เฉินเส้าอันวางมีดลงแล้วเช็ดมือ “เรื่องนี้คงต้องดูว่าฝ่าบาททรงจัดการอย่างไร ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ”
“เจ้าต้องไป!” หงเป่าตบต้นขาฉาด “หากเจ้าไม่ไป การล่าสัตว์ครั้งนี้ของข้าจะมีอะไรให้น่าตั้งตารอเล่า?”
“เจ้าไม่รู้หรอก พ่อครัวหลวงที่ไปในปีก่อน ๆ ทำอาหารจืดชืดไร้รสชาติ กินแล้วไม่ชวนให้เจริญอาหารเลย อุตส่าห์ล่าสัตว์ป่ามาได้ กลับให้พวกเขาทำเสียจนเละไม่ก็ย่างไหม้เกรียม ช่างน่าเสียดายของ”
เขาขยับเข้ามาใกล้ ลดเสียงลงแล้วกล่าวว่า “น้องเฉิน ข้าจะบอกความจริงให้ฟัง ที่ขาอาสาติดตามไปคุ้มกันครั้งนี้ ครึ่งหนึ่งเพื่อถวายอารักขาฝ่าบาท อีกครึ่งก็เพราะเจ้านี่แหละ”
