อาหารจานแรกถูกยกมาแล้ว
บ่าวรับใช้จากจวนสกุลลู่ทยอยกันเข้ามา แต่ละคนประคองถ้วยดินเผาสีม่วงใบเล็กไว้ในมือ ฝาถ้วยปิดสนิทจนมองไม่เห็นว่าข้างในคือสิ่งใด
ทว่าเมื่อพวกเขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะ แล้ววางถ้วยใบเล็กลงตรงหน้าแขกแต่ละคนอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมประหลาดสายหนึ่งก็เริ่มอบอวลไปทั่วอากาศ
กลิ่นนั้นแตกต่างจากกลิ่นหอมของอาหารทั่วไป
มิใช่กลิ่นเข้มข้นที่พุ่งปะทะจมูก หากเป็นความหอมลุ่มลึกซึ่งค่อย ๆ แผ่ขยายเป็นชั้น ๆ
เริ่มจากกลิ่นสุราเข้มข้น ตามด้วยกลิ่นหอมหวานกลมกล่อมอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อที่เคี่ยวเป็นเวลานาน ต่อด้วยความสดหวานของอาหารทะเล ความเข้มข้นของเห็ด และกลิ่นหอมบ่มนานของแฮม...
กลิ่นนานาชนิดผสานประสานกัน ราวกับบทเพลงที่บรรเลงเรียบเรียงไว้อย่างประณีต ค่อย ๆ กระทบประสาทรับกลิ่นของทุกคนเป็นชั้น ๆ
“นี่คือกลิ่นอะไรหรือ?” ใครคนหนึ่งอดสูดหายใจลึก ๆ ไม่ได้ ก่อนหลับตาลง
“หอม หอมเหลือเกิน! ข้าไม่เคยได้กลิ่นน้ำแกงหอมถึงเพียงนี้มาก่อน”
“แค่ได้กลิ่นก็หิวจนท้องร้องแล้ว...”
จ้าวเหิงจือนั่งตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะ มองถ้วยดินเผาสีม่วงใบเล็กตรงหน้า พลางขมวดคิ้วน้อย ๆ
เขาภาคภูมิใจว่าตนพบเห็นโลกกว้างและลิ้มรสอาหารเลิศรสทั่วใต้หล้ามาแล้ว ทว่ากลับแยกไม่ออกว่ากลิ่นหอมนี้เป็นอาหารชนิดใด
เขายื่นมือเปิดฝาถ้วย ไอขาวกลุ่มใหญ่ที่เข้มข้นยิ่งกว่าพลันพวยพุ่งขึ้น เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน
น้ำแกงสีอำพันใสกระจ่าง บนผิวมีมันสีทองอ่อนลอยเป็นชั้นบาง ๆ
