“ฮองเฮาเพคะ” หลิ่วหยาก้าวขึ้นมาคารวะ ก่อนกล่าวอย่างเร่งร้อนว่า “เมื่อครู่บ่าวได้ยินพ่อครัวหลวงเฉินบอกว่า น้ำดอกไม้หอมที่เขาทำให้พวกเรา ใช้ทาข้อมือกับขมับช่วยบรรเทาอาการเมารถ ทั้งยังช่วยคลายร้อนได้เพคะ”
องค์หญิงเล่อหนิงได้ยินดังนั้นก็ลุกพรวดขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกาย “น้ำดอกไม้หอมหรือ? ข้ามี ข้ามี!”
นางหันหลังวิ่งไปยังรถม้าของตน ทว่าก้าวเร็วเกินไปจนเกือบสะดุดชายกระโปรง นางกำนัลที่ตามหลังมาจึงรีบเข้าไปประคองด้วยความตกใจ
นางโบกมือให้ ก่อนกระโจนขึ้นรถม้าไม่กี่ก้าว แล้วค้นหยิบขวดกระเบื้องใบเล็กประณีตออกมา จากนั้นก็วิ่งกลับมาพร้อมเสียงฝีเท้าตึงตัง หอบหายใจพลางยื่นขวดให้หลิ่วหยา
“ใช่ขวดนี้หรือไม่?”
หลิ่วหยารับขวดกระเบื้องมา ดึงจุกออก กลิ่นเย็นสดชื่นพลันลอยออกมาจากปากขวด
กลิ่นสะระแหน่หอมเย็นเจือกลิ่นสุราจาง ๆ อีกทั้งยังมีความหอมสดชื่นของพืชพรรณที่ยากจะบรรยาย กลิ่นหลายชนิดประสานกันเป็นกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ชวนให้กระปรี้กระเปร่า แม้แต่ไทเฮาที่ประทับอยู่ข้าง ๆ ยังขยับพระนาสิกเล็กน้อย แล้วตรัสถามว่า
“กลิ่นอะไรหรือ? ชวนให้ตื่นตัวดีทีเดียว”
หลิ่วหยายังไม่ทันตอบ พระสนมฮวาก็เหลือบมองมา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า
“นี่คือสิ่งใดหรือ? กลิ่นประหลาดเสียจริง ไทเฮาทรงมีพระวรกายสูงศักดิ์ จะทรงนำของไม่รู้ที่มาพวกนี้มาทาพระวรกายตามใจได้อย่างไร? หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น ผู้ใดจะรับผิดชอบไหว?”
หลิ่วหยาชะงักมือ เงยหน้ามองพระสนมฮวา ก่อนตอบอย่างนอบน้อมว่า
“กราบทูลพระสนมฮวาเพคะ นี่คือน้ำดอกไม้หอมที่พ่อครัวหลวงเฉินปรุงขึ้นจากสะระแหน่และสมุนไพรหลายชนิด ผ่านการกลั่นแล้วให้ความเย็น ช่วยคลายร้อน ใช้ทาข้อมือและขมับเพื่อบรรเทาอาการเมารถได้ องค์หญิงทรงใช้มาแล้ว ไม่พบสิ่งใดผิดปกติเพคะ”
องค์หญิงเล่อหนิงรีบช่วยยืนยันอยู่ข้าง ๆ “ใช่ ๆ! ข้าใช้แล้ว ได้ผลดีทีเดียว พอทาแล้วเย็นสบายยิ่ง!”
