ฮ่องเต้เห็นหงเป่ากับพวกกลับมา ก็วางชามในมือลงทันที ก่อนสาวพระบาทเข้าไปหาอย่างร้อนใจ แล้วตรัสถามว่า “ช่วยเฉาเต๋อไห่กลับมาได้หรือไม่?”
หงเป่ากระโดดลงจากม้า ประสานมือคำนับ แล้วกล่าวเสียงดังว่า
“ฝ่าบาท กระหม่อมทำภารกิจสำเร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ช่วยขันทีเฉากลับมาได้แล้ว สายลับเป่ยเยี่ยนถูกสังหาร ส่วนมันเทศก็ชิงกลับมาได้พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ตรัสคำว่า “ดี” ติดต่อกันสามครั้ง เมฆหม่นบนพระพักตร์มลายหายไป ความรู้สึกหม่นหมองแปรเปลี่ยนเป็นเบิกบาน พระวรกายผ่อนคลายลงทั้งองค์
เมื่อหามเปลมาถึงเบื้องพระพักตร์เฉาเต๋อไห่ก็พลิกตัวลุกพรวดขึ้นจากเปล แล้วคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ น้ำตาไหลอาบแก้ม เสียงสะอื้นจนพูดไม่ชัด
“ฝ่าบาท! หนูไฉ...หนูไฉเกือบไม่ได้กลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เองก็ทรงสะเทือนพระทัย กำลังจะโน้มพระวรกายลงไปประคองเขาให้ลุกขึ้น
กลิ่นเหม็นรุนแรงเกินบรรยายพุ่งเข้าปะทะพระพักตร์ ราวกับมีกำแพงไร้รูปร่างผลักพระองค์ให้ถอยหลังไปสองก้าว
กลิ่นนั้นฉุนจัดเหลือเกิน
ไม่ใช่เพียงกลิ่นมูลเท่านั้น ยังปะปนด้วยกลิ่นดินในป่า กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นขมฝาดของน้ำเลี้ยงจากพืชพรรณ กลิ่นหลายชนิดคลุกเคล้ากันจนกลายเป็นกลิ่นเหม็นชวนให้หายใจไม่ออก
ฮ่องเต้ยกพระหัตถ์ปิดพระนาสิก ถอยหลังไปหลายก้าวติดกัน ก่อนขมวดพระขนงถามว่า
“เจ้า...เกิดอะไรขึ้น?”
เฉาเต๋อไห่จึงเพิ่งรู้ตัวว่าตนยังเปลือยท่อนล่างอยู่
ก่อนหน้านี้ในป่า เขาถ่ายรดกางเกง หงเป่าเห็นว่าเสื้อผ้าของเขาเปื้อนทั้งอุจจาระและปัสสาวะจนสวมต่อไม่ได้ จึงให้ถอดทิ้ง แล้วใช้หญ้าคาและใบไม้บนเขาเช็ดลวก ๆ ก่อนจะหามเขาลงมาด้วยเปลหามอย่างง่าย
