“แน่นอนอยู่แล้ว” เฉินเส้าอันโกหกหน้าตาเฉย
“เทพเตาไฟเห็นว่าข้าลำบากตรากตรำทำอาหารในฤดูหนาว เกรงว่ากลางคืนข้าจะหนาวจนตัวแข็ง จึงประทานผ้าห่มอุ่นตัวเองผืนนี้ให้ ปูไว้บนเตียงยามค่ำคืนก็อบอุ่นตลอดทั้งคืน ไม่ต้องห่มผ้าหนาเลยด้วยซ้ำ”
หลิ่วหยาถอนหายใจด้วยความโล่งอก ยืดกายขึ้น ความกังวลบนใบหน้าคลายลงกว่าครึ่ง แทนที่ด้วยความสบายใจจากใจจริง
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้ายังกลัวว่าเจ้าจะหนาวจนล้มป่วยเสียอีก ในเมื่อเป็นของวิเศษที่เทพเตาไฟประทานให้ ข้าก็วางใจแล้ว”
นางกลับไปนั่งที่โต๊ะ หยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง คีบเต้าหู้แช่แข็งชิ้นหนึ่งกลิ้งในถ้วยน้ำจิ้ม ก่อนกัดเข้าไปคำหนึ่ง ร้อนจนต้องพ่นลมหายใจถี่ ๆ แต่ใบหน้ากลับเปี่ยมสุข
เฉินเส้าอันนั่งลงเช่นกัน พลางเติมผักลงในหม้อไปด้วย แล้วถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า
“แล้วเจ้าล่ะ? กลางคืนในวังหนาวหรือไม่? ถ่านทางนั้นพอใช้หรือเปล่า?”
หลิ่วหยากำลังเคี้ยวเต้าหู้ในปาก จึงตอบอย่างอู้อี้ว่า
“ทางข้ายังดีอยู่ จุดถ่านได้ ไม่หนาวหรอก”
เฉินเส้าอันพยักหน้า
เขารู้ว่าถ่านในวังล้วนเป็นถ่านไม้ชั้นดี เผาแล้วไร้ควันไร้เขม่า ให้ความร้อนยาวนาน จัดไว้ใช้เฉพาะในราชสำนัก
หลิ่วหยาเป็นสาวใช้คนสนิทขององค์หญิงเล่อหนิง จึงพลอยได้รับผลประโยชน์ไปด้วย ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะหนาวเหน็บ
ทว่าเรื่องที่หลิ่วหยาเอ่ยต่อจากนั้นทำให้คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“แต่ว่า...” หลิ่วหยาวางตะเกียบ ถอนหายใจ “สองวันก่อนข้าได้ยินคนจากกรมเครื่องใช้หลวงพูดกันว่า ปีนี้ถ่านไม้อาจไม่พอใช้”
