หงเป่าฟังจนตาเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายก็ตบโต๊ะฉาด
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าหนุ่มนี่ต้องมีลูกเล่นใหม่อีกแน่! ได้ ข้าจะไปช่วยจัดการให้!”
เฉินเส้าอันกลับโบกมือ “ท่านอย่าเพิ่งรับปาก ปัญหาตอนนี้คือ...จะไปหาถ่านหินจากที่ใด?”
หงฝูรับคำต่อ “ของสิ่งนี้มีมากทางเหนือ แถบซานซีมีอยู่ทั่วทุกแห่ง แต่ซานซีอยู่ในมือเป่ยเยี่ยนแล้ว พวกเราไปไม่ได้”
“ท่านลุงหงกล่าวถูกแล้ว” เฉินเส้าอันพยักหน้า “ไปซานซีไม่ได้ก็จริง แต่ข้าได้ยินมาว่าทางเจียงหนานตะวันตกมีสถานที่แห่งหนึ่งชื่อผิงเซียง ที่นั่นก็มีถ่านหิน”
“ผิงเซียงหรือ?” หงฝูหรี่ตา ลูบเคราพลางกล่าว “ข้าพอจะจำได้ว่าผิงเซียงอยู่แถบหยวนโจว เดินทางทางน้ำจากแม่น้ำก้านเจียงไปแม่น้ำเฉียนถังได้ แต่ข้าเคยประจำการอยู่ที่นั่น ไม่เคยได้ยินว่ามีถ่านหิน”
“ข้าได้ยินเขาเล่าต่อ ๆ กันมา ยังยืนยันไม่ได้” เฉินเส้าอันกล่าว “จึงอยากรบกวนท่านลุงหงช่วยสืบถามสักหน่อย ท่านมีผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าอยู่ทางเจียงหนานตะวันตกมากมาย น่าจะหาทางถามได้”
หงฝูไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุกขึ้นยืนทันที “ข้าจะเขียนจดหมายเดี๋ยวนี้ เมื่อก่อนมีนายกองคนหนึ่งอยู่ใต้บัญชาข้า ภายหลังอยู่ที่หยวนโจวเป็นนายอำเภอ ให้เขาช่วยสืบถามเหมาะที่สุดแล้ว”
กล่าวจบ เขาก็ก้าวฉับ ๆ ออกจากโถงใหญ่ หงเป่าขยิบตาให้เฉินเส้าอัน “ท่านพ่อข้าเป็นคนใจร้อน คิดจะทำสิ่งใดก็ลงมือทันที”
เฉินเส้าอันยิ้ม รู้สึกวางใจขึ้นไม่น้อย
สามวันต่อมา หงเป่าก็วิ่งหน้าตาตื่นมาหาเฉินเส้าอันที่ห้องเครื่องหลวง พอพบหน้าก็ร้องบอกว่า
“น้องเฉิน สืบรู้แล้ว! ทางผิงเซียงมีถ่านหินจริง ๆ”
“ผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าของท่านพ่อส่งจดหมายมาบอกว่า ชาวเขาแถบนั้นรู้มานานแล้วว่าของสิ่งนั้นใช้เป็นเชื้อเพลิงได้”
