พายเรือออกไปได้ราว 100 จั้ง เฉินเส้าอันเห็นว่าทุกคนเริ่มคุ้นชินกับจังหวะแล้ว จึงเร่งจังหวะกลองขึ้นเล็กน้อย
“ตึงตึง—ตึงตึง—ตึงตึง—”
จังหวะกลองจากเดิมที่เนิบช้าและหนักแน่น เปลี่ยนเป็นจังหวะปานกลางที่กระฉับกระเฉง ความเร็วของเรือจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เฉินเส้าอันเห็นเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากของจูต้าฉาง ทว่าท่วงท่าของเขายังคงพร้อมเพรียงและทรงพลัง ไม่มีความรวนเรแม้แต่น้อย
หงเป่าที่ท้ายเรือจับหางเสือไว้อย่างมั่นคง สายตาจับจ้องลำน้ำเบื้องหน้า มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ โดยไม่รู้ตัว
เขาสัมผัสได้ว่าเรือลำนี้มั่นคงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
พายออกไปอีกช่วงหนึ่ง เฉินเส้าอันคาดว่าคงผ่านครึ่งทางแล้ว จึงผ่อนจังหวะกลองลงเล็กน้อย ให้กลับไปเป็นความเร็วแรกเริ่ม
“ตึง—ตึง—ตึง—”
เสียงกลองผ่อนคลายและเป็นจังหวะ นี่คือการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พักหายใจ
จูต้าฉางอาศัยช่วงนี้ปรับลมหายใจอย่างรวดเร็ว สะบัดเหงื่อออกจากข้อมือ พลางแอบประหลาดใจอยู่ในใจ
เมื่อก่อนพายไปได้ครึ่งทาง เขาก็เริ่มหอบแล้ว แต่วันนี้พายตามจังหวะกลอง กลับรู้สึกเหนื่อยน้อยกว่าปกติมาก
ในที่สุด บนผิวน้ำเบื้องหน้าไม่ไกล ก็มีเส้นสีแดงเด่นชัดลอยอยู่
เฉินเส้าอันเพ่งสายตา กำไม้ตีกลองแน่นแล้วยกขึ้นสูง จากนั้น—
“ตึงตึงตึงตึงตึงตึงตึง!!”
เสียงกลองพลันถี่กระชั้น ราวกับห่าฝนเทกระหน่ำ พลังอันหนักแน่นไร้ข้อกังขากระแทกโสตประสาทของทุกคนอย่างรุนแรง
“พุ่งไป—อ๊า!!” หงเป่าตะโกนก้องราวฟ้าคำรามจากท้ายเรือ
คนบนเรือทุกคนราวกับถูกแส้เส้นเดียวฟาดเข้าใส่ ต่างระเบิดเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายออกมาพร้อมกัน
