หงเป่าเปลี่ยนมาสวมชุดขุนนางสะอาดเรียบร้อย แล้วมุ่งหน้าไปยังตำหนักบูรพาเพื่อขอเข้าเฝ้าองค์รัชทายาท
องค์รัชทายาทกำลังจัดการเรื่องเตรียมงานแข่งเรือมังกรในเทศกาลตวนอู่ที่ห้องหนังสือ เมื่อได้ยินว่าหงเป่ามาขอเข้าเฝ้า จึงให้คนเชิญเขาเข้ามา
หลังเข้าประตูมา หงเป่าก็คำนับตามธรรมเนียมโดยไม่อ้อมค้อม เขาเอ่ยตรง ๆ ถึงความคิดที่อยากให้เฉินเส้าอันขึ้นเรือไปตีกลองในวันแข่งขัน
องค์รัชทายาทฟังจบก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนแววสนใจอย่างยิ่งจะวาบขึ้นในดวงตา “เฉินเส้าอัน? เขาจะมาแข่งเรือมังกรหรือ ไม่ได้พายเรือ แต่จะตีกลองหรือ?”
“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” หงเป่าพยักหน้ารัว “องค์รัชทายาท กระหม่อมอยากเชิญเขาขึ้นเรือไปตีกลองในวันแข่งขัน จึงมาเข้าเฝ้าเพื่อขอพระอนุญาตพ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาทเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ มุมปากยกขึ้นน้อย ๆ โดยไม่รู้ตัว
เขาลอบคิดในใจว่า เฉินเส้าอันผู้นี้ช่างทำให้ผู้คนประหลาดใจได้เสมอ ดูเหมือนจะมีความสามารถโดดเด่นในเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดอยู่ตลอด
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “หากเฉินเส้าอันขึ้นเรือไปตีกลองได้ ข้าย่อมยินดี แต่มีคนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ย่อมผิดจากธรรมเนียมในปีก่อน ๆ เอาเช่นนี้ ข้าจะไปถามความเห็นของอีกหลายทีม หากทุกคนไม่มีข้อขัดข้อง ข้าก็จะไม่คัดค้าน”
หงเป่าดีใจ รีบประสานมือกล่าวว่า “ขอบพระทัยองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ!”
องค์รัชทายาทโบกมือ แล้วกำชับอีกว่า “แต่เจ้าก็ต้องเตรียมใจไว้ หากทีมอื่นไม่เห็นด้วย ข้าก็ไม่อาจบังคับพวกเขาได้ ถึงเวลานั้นเจ้าอาจต้องให้คนหนึ่งคนลงจากเรือ”
หงเป่ายิ้มกว้าง “ได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมั่นใจอยู่แล้ว”
