เขาจำต้องควบคุมเหลียงหนีหวงไว้ ให้เป็นประโยชน์แก่ตน
เหลียงอวี่หวงถูกปลดจากตำแหน่ง อาหลวนได้รับบาดเจ็บ ความวุ่นวายทั้งหมดนี้ หากเขาไม่จัดการ ก็ไม่มีผู้ใดควบคุมสถานการณ์ได้
ทว่า สถานการณ์ที่ดำเนินมาถึงขั้นนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้แต่แรกแล้ว
ดังนั้น เขาจึงมิคิดขัดขวาง
ยิ่งสถานการณ์ในเมืองหลวงแห่งแคว้นเหลียงวุ่นวายมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อเขามากเท่านั้น สิ่งที่เขาถนัดที่สุดก็คือพลิกสถานการณ์จากความโกลาหล…ฉวยชัยในยามสับสน
ทุกสิ่งเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!
เซียวถิงเยี่ยนมิได้อยู่ต่อ เขากำชับเหลียงหนีหวงไว้สองสามเรื่อง ก่อนจะจากไป
หลังเขาจากไป เหลียงหนีหวงก็พยุงกายลุกขึ้นจากพื้น แววตากลับมาสงบนิ่งอย่างสิ้นเชิง
นางเรียกคนเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นปกติ อาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ จากนั้นจึงไปยังตำหนักเฟิ่งอี๋
ยามนั้น ฮองเฮาเซียวพิงอยู่บนเตียง เพิ่งฟื้นขึ้นมา
ใบหน้าของนางซีดเซียวและอิดโรย นางเอนกายอย่างน่าเวทนาอยู่ในอ้อมแขนของเหลียงเหวินคัง สะอื้นไห้พลางพร่ำกล่าวถ้อยคำสำนึกผิด
“ฝ่าบาท หม่อมฉันผิดไปแล้วจริง ๆ”
“หม่อมฉันไม่ควรลงมือกับหนีหวงเพียงเพื่อสิ่งที่เรียกว่าภาพรวม เพื่อชื่อเสียงของฝ่าบาทเลย ยามนั้นหม่อมฉันคิดเพียงว่า ขอเพียงไม่ทำให้ฝ่าบาทต้องลำบากใจ ขอเพียงช่วยแบ่งเบาภาระให้พระองค์ ต่อให้ต้องเสียสละบุตรีของตน หม่อมฉันก็ยอม”
“ฮือ ๆ หนีหวงเป็นบุตรีที่หม่อมฉันอุ้มท้องมาสิบเดือน หม่อมฉันตัดใจทอดทิ้งนาง แล้วจะไม่ปวดใจได้อย่างไร หัวใจของหม่อมฉันราวกับถูกมีดกรีด เจ็บปวดจนแทบขาดใจ แต่จะทำอย่างไรได้เล่า ในสถานการณ์เช่นนั้น หากหม่อมฉันไม่ทอดทิ้งหนีหวง หม่อมฉันก็ต้องสูญเสียฝ่าบาทไป…”
