“เจ้าไม่ชอบให้บุรุษคอยปรนนิบัติ ทั้งยังโปรดปรานเรื่องเช่นนั้นนักหรือ? วันนี้ข้าจะให้ท่านหญิงได้เสพสุขจนพอใจ มาเถิด จงจัดการชำระล้างกายท่านหญิงให้สะอาด ของรักของข้าพวกนั้นเห็นเลือดไม่ได้ หากคลุ้มคลั่งขึ้นมาแล้วทำให้ท่านหญิงบาดเจ็บคงไม่ดี”
สิ้นเสียงเขา คนด้านนอกก็ขานรับ ก่อนก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา
องค์หญิงหนีหวงหน้าซีดเผือด ราวกับนึกบางอย่างขึ้นได้ นางมีสีหน้าหวาดผวาสุดขีด “ไม่ ไม่เอา ข้าไม่เอา ขอร้องล่ะ ข้าขอร้อง อย่าทรมานข้าอีกเลยได้หรือไม่? ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว ยังไม่พออีกหรือ?”
“หยุนเซิ่น ข้าเป็นผู้ช่วยชีวิตเจ้านะ เจ้าไม่ควรยึดติดกับความผิดเพียงเล็กน้อยของข้าไม่ยอมปล่อย อย่างไรก็ควรให้โอกาสข้าได้แก้ตัวบ้างมิใช่หรือ? เจ้าตัดเอ็นมือเอ็นเท้าข้าไปแล้ว ยังไม่พออีกหรือ? หยุนเซิ่น อย่าทรมานข้าอีกเลย ได้หรือไม่?”
องค์หญิงหนีหวงพร่ำวิงวอนหยุนเซิ่นไม่หยุด
หยุนเซิ่นฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย มิได้หวั่นไหวแม้แต่น้อย “ไม่คิดเลยว่าท่านหญิงจะรู้จักยอมรับผิดด้วย น่าเสียดาย...สายไปแล้ว”
บุรุษสองคนลงมือถอดเสื้อผ้าขององค์หญิงหนีหวงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็โยนนางลงในถังอาบน้ำ ชำระล้างให้อย่างลวก ๆ พอล้างพอเป็นพิธีแล้วก็ช้อนนางขึ้นมา สวมเสื้อผ้าให้อีกชั้น
องค์หญิงหนีหวงหวาดกลัวจนสุดขีด ทั้งร่างสั่นสะท้านด้วยความพรั่นพรึง
นางขยับตัวไม่ได้ ถูกวางลงบนเก้าอี้เอนแล้วหามไปยังโถงใหญ่ นางจ้องหยุนเซิ่นซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักวงกลมท่ามกลางความมืดอย่างหวาดหวั่น
