หยุนเซิ่นขมวดคิ้ว
เขาค่อย ๆ นั่งลง ยื่นมือไปกุมมือของตงเคอไว้
“อาเคอ เจ้าฟื้นตั้งแต่เมื่อใด หิวหรือไม่ ข้าจะให้คนไปหาอะไรมาให้เจ้ากินดีหรือไม่”
ตงเคอสะดุ้งราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน นางมองหยุนเซิ่นอย่างเหม่อลอย ก่อนจะหลบมือเขาโดยไม่รู้ตัว
ร่างของนางหดเกร็ง ถอยหลังไปเล็กน้อย
“อย่าแตะต้องข้า”
“เจ้าไปเสีย ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้า”
นางต่อต้านหยุนเซิ่นอย่างยิ่ง
ไม่อยากเห็นหน้าเขาแม้แต่น้อย
ครั้งหนึ่ง นางเคยเฝ้ารออย่างยิ่งว่าจะได้พบเขา
นางคิดถึงเขาทุกคืนวัน จนหัวใจเจ็บปวด
ทว่าบัดนี้ ในที่สุดเขาก็กลับมาแล้ว
แต่นางกลับรู้สึกว่าหัวใจของตนคล้ายตายไปแล้ว ตายไปพร้อมกับซือเอ๋อร์!
หากการตายของซือเอ๋อร์ต้องแลกกับการที่หยุนเซิ่นยอมรับนางและกลับมา นางก็ไม่อาจยอมรับได้
นางเป็นคนมีเลือดเนื้อ มิอาจนิ่งเฉย ทำราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นได้ ระหว่างพวกเขามีชีวิตหนึ่งคั่นกลางอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น หยุนเซิ่นในยามนี้ยังเป็นหยุนเซิ่นผู้มีจิตใจจริงใจเช่นในอดีตอยู่อีกหรือ
ไม่ เขาเปลี่ยนไปแล้ว
ตั้งแต่ยามที่เขาไม่ยอมรับนาง ปฏิเสธที่จะกลับไปยังจวนแม่ทัพ เขาก็เปลี่ยนไปแล้ว
เห็นนางทุกข์ทรมานถึงเพียงนั้น เขาทนได้อย่างไร ใจแข็งเย็นชาต่อนางครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร ถึงขั้นไม่ยอมกลับบ้านไปกับนาง
อาเซิ่นในอดีตไม่เคยยอมให้นางต้องเจ็บช้ำน้ำใจหรือทุกข์ทรมานแม้แต่น้อย
แต่หยุนเซิ่นในยามนี้กลับทำได้
เขามองนางทุกข์ระทมสิ้นหวังได้อย่างนิ่งเฉย สีหน้าไม่เปลี่ยน ยังคงเย็นชาเช่นเดิม
