นางกำลังกลัดกลุ้มที่หาหนทางออกไม่พบ คาดไม่ถึงว่าโจวผินจะประหนึ่งเทพเซียน ฉุดนางขึ้นมาจากขุมนรก
นางตื้นตันจนดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา แทบอยากร้องไห้ออกมาสักครั้ง
โจวชิงเหยียนหยิบผ้าเช็ดหน้า ค่อย ๆ ซับน้ำตาบนใบหน้าให้นาง
“เฮ้อ อย่าร้องไห้เลย ข้ารู้ว่าในใจเจ้าขมขื่นเพียงใด อีกทั้งรู้ว่าเจ้าคอยปรนนิบัติพระสนมเซียว ชีวิตยากลำบากไม่น้อย เมื่อวันนี้เจ้าได้พบข้าแล้ว ต่อให้เป็นอย่างไร ข้าก็ไม่ปล่อยให้เจ้าต้องเผชิญเรื่องนี้ตามลำพัง”
“วางใจเถิด ข้าจะช่วยเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับองค์รัชทายาท ให้เจ้ามีโอกาสสร้างความดีความชอบ ต่อไปอย่าว่าแต่เจ้าจะมาอยู่ข้างกายข้าเลย ต่อให้คิดออกจากวัง ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
เมื่อคืน นางได้รับจดหมายจากคุณชายหลวนแล้ว เรื่องราวต้นสายปลายเหตุย่อมกระจ่างชัด
หมากอย่างรูเอ๋อร์จะเป็นประโยชน์ได้มากที่สุด
คุณชายหลวนบอกให้นางเล่าเรื่องทั้งหมดตามจริงแก่รูเอ๋อร์ พวกเขาไม่หวั่นแม้รูเอ๋อร์จะนำเรื่องเหล่านี้ไปแพร่งพราย
ยามนี้ทั้งในและนอกวังหลวงล้วนมีสายตาของเหลียงอวี่หวงจับจ้องอยู่ทั่ว
หากรูเอ๋อร์คิดแพร่งพรายข่าวแก่คนนอก ก็จะถูกฆ่าปิดปากทันที เพื่อขจัดภัยในภายหน้า
ทว่ายามมองสีหน้าซาบซึ้งและยินดีจนแทบคลุ้มคลั่งของรูเอ๋อร์
โจวชิงเหยียนก็มั่นใจว่ารูเอ๋อร์จะไม่ทรยศพวกเขา และไม่โง่เขลาถึงขั้นทิ้งโอกาสอันหาได้ยากนี้ไป
แม้นางจะเป็นนางกำนัล แต่สามารถรักษาตัวให้ปลอดภัยอยู่ข้างกายเซียวไต้จนถึงบัดนี้ นั่นย่อมแสดงว่ารูเอ๋อร์เป็นคนฉลาด
