“คงเป็นพระสนมเซียวที่ลงมือ พระสนมเซียวโหดเหี้ยมยิ่งนัก ได้ยินว่าเมื่อวานเพิ่งสั่งประหารนางกำนัลไปสองคน ครานี้นางถูกปลดจากตำแหน่งฮองเฮา แล้วยังถูกส่งไปอยู่ตำหนักเย็น ในใจย่อมอัดแน่นด้วยความแค้นมากมาย ไร้ที่ระบายเป็นธรรมดา”
“เพราะฉะนั้น พระสนมเซียวจึงระบายความแค้นทั้งหมดลงกับนางกำนัลคนสนิทผู้นี้”
“จุ๊ ๆ ช่างใจดำอำมหิตจริง ๆ นางกำนัลผู้นี้อยู่ข้างกายมาหลายปี นับเป็นคนสนิทแท้ ๆ พระสนมเซียวกลับโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้ ตอนนี้ตนเองก็ตกจากความโปรดปรานแล้ว ยังกล้าวางอำนาจถึงเพียงนั้น ช่างเกินไปจริง ๆ”
“ชู่ พวกเราพูดให้น้อยลงเถิด ใครจะรู้ว่าฝ่าบาทยังทรงมีพระทัยต่อพระสนมเซียวอยู่หรือไม่”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นค่อย ๆ เงียบหายไป เมื่อรูเอ๋อร์เดินจากมาไกล
ดวงตาของนางบวมแดง หยาดน้ำตาใสกระจ่างไหลรินลงจากหางตาทีละหยด
นางยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้า
เมื่อเลี้ยวผ่านระเบียงทางเดิน นางก็พลันพบโจวผิน
นางรีบย่อตัวคุกเข่าลงกับพื้น “บ่าวคารวะโจวผินเพคะ”
โจวชิงเหยียนหยุดฝีเท้า หลุบตามองรูเอ๋อร์ที่คุกเข่าอยู่ไม่ไกล
แววสงสารวาบผ่านดวงตาของนาง “รูเอ๋อร์? เจ้าเป็นอะไรไปหรือ?”
ก่อนที่เซียวไต้จะถูกปลด นางเคยไปคารวะที่ตำหนักเฟิ่งอี๋อยู่บ้างเป็นครั้งคราว
เพราะนางเป็นบุตรบุญธรรมของเซียวกั๋วจ้าง จึงนับเป็นคนในตระกูลเซียวอยู่ครึ่งหนึ่ง เซียวไต้จึงปฏิบัติต่อนางค่อนข้างมีไมตรีในบางครา
พบปะกันอยู่หลายครั้ง รูเอ๋อร์ย่อมรู้จักโจวชิงเหยียนเช่นกัน
