ขณะหยุนหลวนกำลังครุ่นคิด เสียงของเหลียงอวี่หวงก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา “เหตุใดจึงมองข้าด้วยสายตาเช่นนี้? ข้าไม่อยากพบหน้าเขา เป็นเรื่องแปลกนักหรือ?”
หยุนหลวนรีบก้มหน้า ตอบเสียงอ่อนอย่างหวาดหวั่น “บ่าวมิได้คิดสิ่งใดเพคะ...”
“ข้ากระหายน้ำ ไปชงชามาให้ข้าถ้วยหนึ่ง” เหลียงอวี่หวงมิได้ตำหนินาง เพียงสั่งเสียงเบา
หยุนหลวนขานรับแผ่วเบา ก่อนเดินไปยังที่ชงชา มือไม้คล่องแคล่วต้มชาและชงชา...ทันใดนั้น คล้ายพลันนึกอะไรขึ้นได้ นางจึงหยุดมือกะทันหัน
ตามเหตุผลแล้ว ในเมื่อนางเป็นหญิงชาวนา ก็ควรชงชาไม่เป็น
การชงชาและดื่มชาเป็นกิจกรรมของครอบครัวที่มั่งคั่งเท่านั้น
นางพลันเหงื่อเย็นผุดซึมทั่วกาย
นางประมาทไปชั่วขณะ เกือบเผยพิรุธออกมาเสียแล้ว
หรือว่านี่จะเป็นจุดประสงค์ที่เหลียงอวี่หวงเรียกนางมารับใช้อยู่ข้างกาย?
หยุนหลวนข่มความคิดไว้ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองเหลียงอวี่หวงที่กำลังตั้งใจเขียนอักษร แล้วค่อยผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่เขากำลังยุ่ง มิได้สังเกตเห็นความผิดปกติของนาง
นางแสร้งทำเป็นพลั้งมือ ทำกาน้ำชาและถ้วยชาหล่นแตก
เสียงเครื่องกระเบื้องแตกดังสนั่นไปทั่วกระโจม
เหลียงอวี่หวงขมวดคิ้ว หยุดมือแล้วเงยหน้ามองหยุนหลวน
“เกิดอะไรขึ้น?”
บนใบหน้าหยุนหลวนปรากฏความหวาดหวั่นปนกระอักกระอ่วนอยู่หลายส่วน “ขอองค์รัชทายาทโปรดอภัย หญิงชาวบ้านอย่างหม่อมฉันชงชาไม่เป็น จึงพลั้งมือทำเครื่องใช้แตก ขอองค์รัชทายาทโปรดอภัยด้วยเพคะ”
