เขามีผิวคล้ำ รูปร่างสูงใหญ่ บนใบหน้ามีรอยแผลเป็นน่าสยดสยองพาดจากหางคิ้วจรดมุมปาก
แววตาของเขาอำมหิต จ้องหยุนหลวนเขม็งอย่างเย็นชา
“ลูกดอกของข้า เจ้ากล้าหลบเชียวหรือ? ใครกันที่มอบความกล้าให้เจ้า?”
หยุนหลวนยังไม่ทันเอ่ยปาก เถ้าแก่ร้านก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นด้วยร่างสั่นเทา ก่อนเดินไปหาชายผู้นั้นพร้อมรอยยิ้มประจบ
“นายท่านฉู่ โปรดระงับโทสะด้วย คนทั้งสองนี้...เป็นญาติห่าง ๆ ของข้า พวกเขาไม่รู้ฐานะของนายท่านฉู่ หากมีสิ่งใดล่วงเกินนายท่านฉู่ ขอท่านโปรดเห็นแก่หน้าข้า ให้อภัยพวกเขาด้วย”
เมื่อชายที่ถูกเรียกว่านายท่านฉู่ได้ยินเถ้าแก่กล่าวเช่นนั้น ก็หัวเราะเยาะออกมา
แววตาของเขาเต็มไปด้วยการดูแคลน นิ้วคีบลูกดอกไว้แล้วตบแก้มเถ้าแก่เบา ๆ “หน้าของเจ้า? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”
“เหตุใดข้าต้องเห็นแก่หน้าเจ้า?”
สิ้นเสียง เขาก็พลิกลูกดอก คมมีดเฉือนใบหน้าของเถ้าแก่จนเป็นแผล
เถ้าแก่ร้องด้วยความเจ็บปวด พลางรีบยกมือกุมใบหน้า
ความเหนียวหนืดที่สัมผัสได้ทำให้หัวใจเขาสั่นวูบ
เขาทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ ก่อนโขกศีรษะไม่หยุด
“นายท่านฉู่ โปรดระงับโทสะไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย”
นายท่านฉู่หัวเราะเยาะ ยกเท้าเหยียบไหล่เถ้าแก่ แล้วใช้เสื้อผ้าของอีกฝ่ายเช็ดคราบสกปรกบนรองเท้าตน
เถ้าแก่ยิ้มประจบด้วยท่าทีนอบน้อม ทั้งยังยื่นมือจับชายแขนเสื้อของนายท่านฉู่มาเช็ดรองเท้าให้อีกฝ่ายด้วยตนเอง
