เฮยอี้คอยสังเกตอาการของนางมาโดยตลอด เมื่อเห็นนางเกือบล้มลงก็รีบก้าวเข้าไปประคองแขนนางไว้ทันที
“คุณหนูสี่ ท่านไม่เป็นไรหรือขอรับ”
หยุนหลวนอดไม่ได้ที่จะสั่นขาเล็กน้อย นางกัดฟัน กำหมัดแน่น บังคับให้ตนเองยืนตัวตรงขึ้นอย่างช้า ๆ
ตั้งแต่พบเซียวเสวียนรุ่ย นางก็แทบไม่ได้ไปค่ายทหาร แทบไม่ได้ขี่ม้าฝึกยุทธ์ตามท่านพ่ออีกเลย วิชายุทธ์และวิชาขี่ม้าของนางจึงค่อย ๆ ร้างลาไป
บัดนี้ลองนึกดู ก็แทบสองสามปีแล้วที่นางไม่ได้ขี่ม้า
แม้แต่ก่อนนางจะขี่ม้าเก่งเพียงใด แต่ไม่ได้ขี่มานานถึงเพียงนี้ แล้วจู่ ๆ ต้องขี่ม้ารุดเดินทางไกลเช่นนี้ ร่างกายย่อมปรับตัวไม่ทัน และย่อมบาดเจ็บอยู่บ้าง
นางไม่ใส่ใจเรื่องเหล่านี้ ความเจ็บปวดพวกนี้ นางอดทนได้
นางส่ายหน้าให้เฮยอี้ “ข้าไม่เป็นไร... เจ้ารีบไปเปลี่ยนม้าเถิด พวกเราพักสักครู่ กินอะไรรองท้องบ้าง แล้วก็เดินทางต่อ”
เฮยอี้กวาดตามองไปที่ขาของนาง ก็เดาได้แทบจะทันทีว่านางกำลังลำบากเพียงใด
เขาไม่กล้าทัดทานให้นางหยุดพัก จึงได้แต่หยิบตลับยาขี้ผึ้งออกจากอกเสื้อ ยื่นให้หยุนหลวน “ยานี้ทาแผลได้ผลวิเศษนัก พวกข้าได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อย ๆ ท่านอ๋องจึงให้หมอเทวดาปรุงยาขี้ผึ้งแบบนี้ไว้มากมาย คุณหนูสี่ เพื่อมิให้อาการของท่านทรุดหนักลง ข้าน้อยขอแนะนำให้ท่านแช่น้ำอุ่นสักครั้ง ทายาเสียก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อเถิด”
