เช่นนั้นนางก็มิได้ถูกใส่ร้ายสินะ เป็นนางจริง ๆ ที่วางยาพิษเหลียงอวี่หวง?
ฮองเฮาเซียวทรุดนั่งลงกับพื้น เงยหน้ามองเหลียงเหวินคังด้วยสีหน้าราวกับอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา “เหตุใดข้าจึงเกลียดเขาถึงเพียงนั้น ฝ่าบาทไม่ทรงทราบหรือเพคะ?”
“เขาเป็นบุตรของผู้ใด เจ้าไม่รู้หรือ?”
เหลียงเหวินคังขมวดคิ้วแน่น มองนางด้วยความประหลาดใจยิ่ง “เจ้า...จนถึงยามนี้ เจ้ายังเกลียดจวินเอ๋อร์อยู่อีกหรือ? นางตายไปกี่ปีแล้ว เจ้าวางความแค้นเหล่านั้นลง แล้วมองไปข้างหน้าไม่ได้หรือ?”
ฮองเฮาเซียวชูมือขึ้น กำสาบเสื้อของตนไว้แน่น
หัวใจนางราวกับถูกคมมีดกรีด เลือดคล้ายกำลังไหลรินอยู่ในอก “จวินเอ๋อร์หรือ? พระองค์ทรงเรียกได้สนิทสนมเหลือเกิน หากคนที่ไม่รู้ได้ยิน คงคิดว่านางต่างหากคือหญิงที่พระองค์รักที่สุดกระมัง?”
“เหลียงเหวินคัง นางตายแล้ว ข้าก็เกลียดนางไม่ได้หรือ? หากมิใช่เพราะนาง ลูกคนแรกของข้าคงไม่ตาย ข้าตั้งครรภ์มาเจ็ดเดือนแล้ว เด็กก็เป็นรูปร่างสมบูรณ์ ใกล้จะคลอดอยู่รอมร่อ เป็นนาง...เป็นนางที่มอบกำไลให้ข้า แล้ววางยาไว้ในนั้น จนลูกของข้าต้องตาย”
“ข้าไม่ควรเกลียดนางหรือ? เหตุใดเมื่อนางตายไปแล้ว บุตรของนางจึงยังมีชีวิตอยู่ดี ส่วนข้ายังมีชีวิตอยู่แท้ ๆ แต่ลูกกลับไม่มีโอกาสลืมตาดูโลก? ข้าจะไม่มีวันลืมความเจ็บปวดและสิ้นหวังยามมองร่างน้อยที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด นั่นเป็นเด็กชาย เป็นองค์ชายผู้สืบทอดบัลลังก์ได้!”
ร่างของเหลียงเหวินคังสั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
