“เซียวจื่ออวี้ เขามีสิทธิ์อะไร ทำไมถึงต้องทำกับข้าเช่นนี้ หากท่านพ่อยังอยู่ ท่านคงทนทำกับข้าเช่นนี้ไม่ได้ ท่านพ่อ ท่านพ่อ...เหตุใดท่านจึงจากโลกนี้ไป ทิ้งบุตรสาวไว้เช่นนี้”
เซียวไต้มีอารมณ์พลุ่งพล่านเกินไป จนเลือดลมตีขึ้นในอก นางกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ก่อนหมดสติไปทันที
รูเอ๋อร์รีบให้คนไปตามหมอหลวง
ยามนี้นางยังไม่รู้ว่าฮ่องเต้ยังมีใจให้เซียวไต้หรือไม่ จึงไม่คิดทรยศเซียวไต้โดยง่าย
อย่างไรเสีย นางก็ไม่เชื่อว่าความผูกพันฉันสามีภรรยาที่มีมานานหลายปีจะขาดสะบั้นลงได้ในชั่วข้ามคืน
ในพระทัยของฮ่องเต้ พระองค์ย่อมยังทรงระลึกถึงเซียวไต้
เป็นดังที่คาด คืนนั้นหลังเซียวไต้หมดสติ เหลียงเหวินคังเสด็จมายังตำหนักเย็นกลางดึก
เวลานั้นรูเอ๋อร์กำลังต้มยาให้เซียวไต้ตามเทียบยาที่หมอหลวงจัดไว้
จู่ ๆ นางก็เห็นประตูเรือนของตำหนักเย็นถูกผลักเปิดออก...
นางหันไปมอง พลันเห็นเงาร่างของเหลียงเหวินคังค่อย ๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางรัตติกาล
รูเอ๋อร์รีบคุกเข่าคารวะ “บ่าวคารวะฝ่าบาท”
เหลียงเหวินคังโบกพระหัตถ์ให้นางลุกขึ้น
จากนั้นพระองค์ก็เสด็จเข้าไปในตำหนักเพียงลำพัง เพื่อเยี่ยมเซียวไต้
ราวครึ่งชั่วยามต่อมา พระองค์เสด็จออกมาจากตำหนักชั้นใน
พระองค์กำชับรูเอ๋อร์ “ดูแลสนมเซียวให้ดี...หากพวกเจ้ามีเรื่องลำบากใจ ก็ส่งคนมาบอกเจิ้น เจิ้นจะคอยคุ้มครองพวกเจ้าอยู่ในเงามืด...”
รูเอ๋อร์หลุบตาลงต่ำ ก่อนตอบรับเสียงเรียบ
