ยามนี้เขาจึงค่อยๆ เข้าใจความหมายเบื้องหลังที่หยุนหลวนยืนกรานให้เขาแต่งเฝิงซู่ชิงเป็นฮองเฮา
เฝิงซู่ชิงกับหยุนหลวนล้วนเป็นสตรีจิตใจเข้มแข็ง มิได้ด้อยกว่าบุรุษ ทั้งยังแตกต่างจากสตรีโฉมฉาบฉวยเหล่านั้น
ในใจของพวกนาง บางทีความรักอาจมิใช่สิ่งสำคัญที่สุด
บ้านเมืองและราษฎรต่างหาก คือสิ่งที่พวกนางยกไว้เป็นอันดับแรกในใจ
สตรีเช่นนี้ จะไม่ทำให้ผู้คนหวั่นไหวและตกหลุมรักได้อย่างไร
งานสมรสครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่น กระทั่งเสร็จสิ้นก็ไม่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น
เซียวถิงเยี่ยนพาหยุนหลวนจากไปก่อน
ไม่นานนัก เหลียงอวี่หวงก็ให้คนไปส่งเฝิงซู่ชิงกลับตำหนักหย่งฝู
หลังกลับถึงตำหนักหย่งฝู เฝิงซู่ชิงก็ถอดชุดพิธีการอันหนักอึ้งออก
นางนวดหัวไหล่ที่ปวดเมื่อย พลางถอนหายใจเบาๆ
ทิงอวี่ยกข้าวต้มถ้วยหนึ่งส่งให้เฝิงซู่ชิงทันที “เหนียงเหนียงแทบไม่ได้เสวยอะไรทั้งวัน ดื่มข้าวต้มรองท้องสักหน่อยเถิด”
เฝิงซู่ชิงรับมาอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ซดจนหมดถ้วย
ทิงอวี่มองนางด้วยแววตาเปี่ยมความสงสาร
“เหนียงเหนียงเคยต้องลำบากถึงเพียงนี้เสียเมื่อไร...”
เฝิงซู่ชิงหัวเราะเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ “นี่นับเป็นความลำบากอันใด เมื่อเทียบกับราษฎรยากไร้ที่ไม่มีข้าวกินแล้ว เปิ่นกงนับว่าโชคดีกว่าพวกเขายิ่งนัก”
ทิงอวี่อดทอดถอนใจไม่ได้ “ในใจเหนียงเหนียงมีแต่ราษฎร ไม่ว่ายามใดก็ทรงนึกถึงความทุกข์ยากของพวกเขา”
เฝิงซู่ชิงเอนกายพิงตั่งนุ่ม แล้วให้ทิงอวี่หยิบหนังสือมาให้
นางเปิดหนังสือ พลิกอ่านไปทีละหน้า
“เหตุผลสำคัญที่สุดที่เปิ่นกงยินดีเป็นฮองเฮาแห่งแคว้นเหลียง ก็เพื่อราษฎรของแคว้นเหลียง เพียงอาศัยกำลังของเฝิงซู่ชิงคนเดียว ย่อมอ่อนด้อยเกินไป สิ่งที่ช่วยเหลือราษฎรได้ก็มีน้อยเหลือเกิน บัดนี้เปิ่นกงได้เป็นฮองเฮาแห่งแคว้นเหลียงแล้ว บางเรื่องอาจลงมือได้ง่ายขึ้น...”
