หยุนหลวนถูกกระตุ้นความอยากเอาชนะขึ้นมาอยู่หลายส่วน
ในเมื่อว่างจนเบื่อ มิสู้หยอกเฉิงเฟิงเจ้าทึ่มนี่เล่นสักหน่อยก็นับว่าไม่เลว
หยุนหลวนยิ้มพลางพยักหน้าอย่างแช่มช้า “ได้ ในเมื่อเจ้าจะพนันกับข้า เช่นนั้นเรามาพนันกันสักตา”
“หากเฝิงซู่ชิงเป็นฝ่ายมาที่ห้องส่วนตัวของเราก่อน ก็ถือว่าข้าแพ้ ถึงตอนนั้นข้าจะรับปากเงื่อนไขของเจ้าอย่างหนึ่ง ขอเพียงไม่เกินเลย ข้าจะทำตามที่เจ้าร้องขอ”
เฉิงเฟิงมั่นใจเต็มเปี่ยม ทั้งยังตื่นเต้นจนพยักหน้ารัว “ได้ ตกลง! หากเฝิงซู่ชิงไม่มา ก็ถือว่าข้าแพ้ ข้าจะรับปากเงื่อนไขของพระชายาเยี่ยนอ๋องหนึ่งข้อเช่นกัน... ขอเพียงไม่กระทบผลประโยชน์ของฝ่าบาท ข้าย่อมรับปากทุกอย่าง”
“ดี เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้”
ทั้งสองเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด ราวกับเซียวถิงเยี่ยนและเหลียงอวี่หวงไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น แล้วก็วางเดิมพันกันเรียบร้อย
เซียวถิงเยี่ยนได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนมองหยุนหลวนด้วยแววตาเปี่ยมความเอ็นดู
เหลียงอวี่หวงเห็นหยุนหลวนมีความสุขถึงเพียงนั้น จึงมิได้ห้ามเฉิงเฟิง
หลังจากนั้น ห้องโถงใหญ่ชั้นล่างก็นำสิ่งของสำหรับประมูลออกมาอีกหลายชิ้น
ล้วนเป็นของเก่าแก่จำพวกเครื่องเคลือบทั้งสิ้น
แท้จริงแล้วสิ่งของทุกชิ้นล้วนหายาก
บุตรหลานตระกูลใหญ่ที่มาร่วมงานประมูลมีไม่น้อย พ่อค้ามั่งคั่งก็มีมากเช่นกัน ของประมูลหลายชิ้นนั้นจึงถูกผู้คนประมูลไปอย่างรวดเร็ว
ของประมูลสิบชิ้นติดต่อกันถูกขายออกไปอย่างราบรื่น
เวลาผ่านไปสองชั่วยามโดยไม่รู้ตัว ท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใสก็ค่อย ๆ มืดลง
