เซียวถิงเยี่ยนบีบฝ่ามือหยุนหลวนเบา ๆ “พอเถิด อย่าหยอกเขาอีกเลย”
หยุนหลวนมองเหลียงอวี่หวงที่มีสีหน้าร้อนใจ นางอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ “ข้านึกว่าท่านจะหวั่นไหวต่อสือชิงเหยียนอยู่บ้าง ตามเหตุผลแล้ว ในชีวิตคนเรา หากได้พบสตรีที่รักตนหมดหัวใจสักคน นับเป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวทีเดียว”
เหลียงอวี่หวงพึมพำอย่างกลัดกลุ้ม “นั่นเป็นผู้อื่น มิใช่เรา”
นอกจากยอดเขาอู๋ซาน ไหนเลยจะมีเมฆาอื่น แม้ชาตินี้เขาจะไม่อาจครองคู่กับหยุนหลวน เขาก็ไม่มีวันยอมให้ผู้ใดมาแทนที่นางในใจ
นางคือคนที่เขารักแต่ไม่อาจได้ครอบครอง คือความเสียดายชั่วชีวิตที่สลักลึกอยู่ในใจ!
เขาไม่มีทางทุ่มเทความรู้สึกให้สตรีอีกคนได้มากมายถึงเพียงนั้น
บรรยากาศพลันแปรเปลี่ยนเป็นชวนกระอักกระอ่วนอย่างไร้สาเหตุ
เซียวถิงเยี่ยนเหลือบมองหยุนหลวนด้วยแววตาเจือความหึงหวง
หยุนหลวนรู้ตัวว่าผิด นางกระแอมเสียงเบาอยู่หลายครั้ง ก่อนจะแตะปลายจมูก
นางเพียงอยากหยั่งเชิงดูว่าในใจเหลียงอวี่หวง ระหว่างเฝิงซู่ชิงกับสือชิงเหยียน ผู้ใดมีน้ำหนักมากกว่ากัน
นึกไม่ถึงว่าเหลียงอวี่หวงจะไม่รับมุก กลับมีทีท่าว่าความขุ่นเคืองนั้นกำลังจะลามมาถึงนาง
หยุนหลวนจึงล้มเลิกความคิดที่จะจับคู่ให้ทั้งสองต่อ
การประมูลด้านล่างค่อย ๆ ดำเนินมาถึงช่วงท้าย
ราคาสุดท้ายของโอสถอายุวัฒนะพุ่งสูงถึงห้าแสนตำลึงเงิน
เฉิงเฟิงมองไปครู่หนึ่งก็จำตัวตนของคนผู้นั้นได้ “คนผู้นี้ดูเหมือนจะเป็นพ่อบ้านจวนคังชินอ๋อง”
