เฝิงซู่ชิงสะดุ้งเฮือก... เมื่อครู่มิใช่พูดคุยกันด้วยดีอยู่หรอกหรือ เหตุใดจู่ ๆ เขาจึงถือมีดสั้นย้อนกลับมาเล่า?
นางอดสูดลมหายใจเย็นเยียบเฮือกหนึ่งมิได้ “ฝ่าบาท นี่พระองค์...”
ถ้อยคำยังไม่ทันขาด นางก็เห็นเหลียงอวี่หวงกำมีดสั้น กรีดนิ้วตนเองอย่างรวดเร็ว
นางตะลึงงัน มองเหลียงอวี่หวงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ทว่าเหลียงอวี่หวงกลับสงบนิ่งยิ่ง เขาวางนิ้วที่โลหิตไหลซึมลงบนผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนหนึ่งบนเตียง
จากนั้นก็ถูคราบเลือดจากนิ้วลงบนผ้าขาวผืนนั้น
“หากผ้าเช็ดหน้ามงคลสีขาวไม่มีเลือด ในวังคงมีข่าวลือแพร่สะพัดอีก ถึงยามนั้นย่อมไม่เป็นผลดีต่อเจ้า”
หากข่าวที่ว่าพวกเขามิได้ร่วมเรียงเคียงหมอนแพร่ออกไป คนในวังคงไม่รู้ว่าจะมองเฝิงซู่ชิงเช่นไร
เขาไม่อยากให้ผู้ใดนินทาภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้ามา เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้
หัวใจของเฝิงซู่ชิงเต้นระรัว
นางเหม่อมองเสี้ยวหน้าของเหลียงอวี่หวง... เรื่องเหล่านี้นางล้วนมิได้นึกถึง
แต่เหลียงอวี่หวงกลับคิดเผื่อนางไว้ก่อนแล้ว
เขาดีกับนางยิ่งนัก!
ดีเสียจนนางไม่รู้ควรวางตัวเช่นไร
นางเคยนึกว่าการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ของพวกเขาจะเย็นชาและให้ผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ครั้นได้ประสบด้วยตนเอง จึงเข้าใจว่าเรื่องราวมิได้เลวร้ายถึงเพียงนั้น
หัวใจเฝิงซู่ชิงซาบซึ้งยิ่ง นางเอ่ยขอบคุณจากใจ
เหลียงอวี่หวงส่ายหน้า แววตาอ่อนโยน “ในเมื่อเจ้าและข้าเป็นสามีภรรยากันแล้ว นับแต่นี้พวกเราก็เป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ว่าอย่างไร เจิ้นจะปกป้องภรรยาของตนอย่างระมัดระวัง เฉกเช่นสามีธรรมดาผู้หนึ่ง”
