เหลียงอวี่หวงหันไปมองเฝิงซู่ชิง ใบหน้าของนางสงบนิ่ง ไม่แสดงความไม่พอใจหรือโกรธเคืองแม้แต่น้อย เพราะอีกสามวันจะมีสตรีหน้าใหม่เข้าวัง
เหลียงอวี่หวงจ้องมองใบหน้าของนางอยู่นาน
เฝิงซู่ชิงมองเหลียงอวี่หวงอย่างสงสัย “ฝ่าบาทกำลังทอดพระเนตรสิ่งใดอยู่หรือเพคะ?”
เหลียงอวี่หวงอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ “เจิ้นกำลังคิดว่า...ข่าวลือเชื่อถือไม่ได้จริง ๆ”
เฝิงซู่ชิง “?”
เหลียงอวี่หวงยกมือแตะจมูกอย่างกระดากใจ ก่อนกระแอมเบา ๆ “แค่ก...ก่อนหน้านี้เจิ้นได้ยินผู้อื่นพูดอยู่เสมอว่าเจ้าหลงใหลเจิ้น ไม่ยอมแต่งกับผู้ใดนอกจากเจิ้นมิใช่หรือ? เมื่อก่อนเจิ้นก็เคยคิดว่าเป็นเรื่องจริง...บัดนี้ดูท่า ข่าวลือเหล่านั้นคงเป็นเรื่องเท็จ”
“หากเจ้าชอบเจิ้น เมื่อรู้ว่าเพียงสามวันหลังพิธีอภิเษก เจิ้นก็จะรับสตรีหน้าใหม่เข้าวัง ไฉนเจ้าจึงนิ่งเฉยได้เล่า?”
หัวใจของเฝิงซู่ชิงพลันบีบรัด
นางเผลอถามออกไปว่า “หากความรู้สึกที่หม่อมฉันมีต่อฝ่าบาทเป็นเรื่องจริงเล่าเพคะ?”
เหลียงอวี่หวงชะงัก เขากะพริบตาปริบ ๆ มองเฝิงซู่ชิงอย่างไม่อยากเชื่อ
“เจ้า...พูดจริงหรือ?”
เฝิงซู่ชิงเห็นท่าทางตื่นตระหนกของเขา ก็อดหัวเราะพรืดออกมาไม่ได้ ก่อนส่ายหน้าทันควัน “หม่อมฉันล้อเล่นกับฝ่าบาทเพคะ อย่าทรงตกพระทัยไปเลย”
เหลียงอวี่หวงยิ้มอย่างจนใจ มองเฝิงซู่ชิงที่ยิ้มงามราวบุปผา แล้วอารมณ์ของเขาก็พลอยเบิกบานขึ้น “นึกไม่ถึงว่าฮองเฮาของเจิ้นจะมีอารมณ์ขันถึงเพียงนี้”
เฝิงซู่ชิงอดยิ้มไม่ได้
บรรยากาศระหว่างทั้งสองกลมกลืนและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
