“ที่แท้สิ่งของหายากเหล่านั้น ล้วนเป็นนางที่เสาะหามาให้ข้าอย่างเงียบ ๆ เวลาผ่านมาตั้งนาน ข้ากลับถูกปิดบังไว้โดยไม่รู้เรื่อง ช่างเลอะเลือนนัก ดูท่า ในใจนางยังมีมารดาอย่างข้าอยู่ใช่หรือไม่”
ฮูหยินเฝิงพลันหลั่งน้ำตาด้วยความยินดี
“นางเป็นบุตรสาวของข้า ข้าอุ้มท้องนางถึงสิบเดือน เสี่ยงชีวิตให้กำเนิดนาง นางเป็นเลือดเนื้อที่หลุดออกมาจากกายข้า ข้าจะไม่รัก ไม่เอ็นดูนางได้อย่างไร”
“ทิงอวี่ บอกข้ามาว่าชิงเอ๋อร์อยู่ที่ใด ข้าจะไปดูนาง...”
พอกล่าวถึงตรงนี้ ฮูหยินเฝิงก็สะอื้นจนกล่าวต่อไม่ออก
ภายในใจนางเต็มไปด้วยความเสียใจ นางเสียใจที่ไม่ควรเข้มงวดกับเฝิงซู่ชิงถึงเพียงนั้น ไม่ว่าอย่างไร นางก็เป็นบุตรสาวของตน
มารดาคนใดจะไม่รักบุตรสาวของตนบ้าง
ที่นางเข้มงวดกับบุตรสาว ก็เพียงหวังให้นางเก่งกาจ เติบใหญ่เป็นผู้มีความสามารถมิใช่หรือ
นางผิดตรงไหนกัน
นางเองก็คาดไม่ถึงว่าการกระทำของตนจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมารดากับบุตรสาวของนางและเฝิงซู่ชิงห่างเหินกันมากขึ้นทุกที...
เฉิงเฟิงเอ่ยเสียงเย็นชา “ยามนี้ฮูหยินเฝิงคงไปพบคุณหนูเฝิงไม่ได้ คุณหนูเฝิงยังหมดสติอยู่ ต่อให้ท่านไปพบ นางก็ไม่อาจฟื้นขึ้นมาพูดคุยกับท่านได้ แทนที่จะไปรบกวนการพักผ่อนของนาง สู้รั้งอยู่ที่นี่เพื่อช่วยกันตามหาตัวคนร้ายที่วางยาให้คุณหนูเฝิงจะดีกว่า”
“หากไม่ตามหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังการวางยาให้พบ ย่อมไม่ได้เป็นแน่ ข้างกายคุณหนูเฝิงมีภัยคุกคามใหญ่หลวงซ่อนอยู่ จำต้องลากตัวคนผู้นี้ออกมา กำจัดภัยแฝงให้สิ้นซาก”
