ลำคอของเฉินอวี้แห้งผากขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เขาเอ่ยตะกุกตะกักว่า “แต่... แต่เขาช่วยฮูหยินไว้นะ นี่คือบุญคุณที่ช่วยชีวิต หากมิใช่เขา ป่านนี้ฮูหยินคงถูกตัดหัวแยกร่างไปแล้ว”
หยุนเซิ่นกำหมัดแน่น ก่อนแค่นเสียงเย็นชา
“แล้วอย่างไร? ข้าไม่สนว่าเขาเป็นใคร ไม่สนว่าเขาทำอะไรมา ขอเพียงเป็นคนตระกูลเซียว ก็ต้องตายทั้งหมด”
เฉินอวี้รู้สึกได้เพียงว่าโลหิตทั่วร่างค่อย ๆ เย็นเยียบลง
ขณะที่กำลังลังเลไม่รู้จะทำอย่างไร พลันได้ยินเสียงแผ่วเบาดังขึ้น
เขาเงยหน้ามองไปทางประตูเรือน
ใบหน้าของเฉินหย่งเหอซีดเผือด นางมองพวกเขาด้วยความไม่อยากเชื่อ
หยุนเซิ่นขมวดคิ้วแน่น
เขาก้าวเข้าไปหาเฉินหย่งเหอทีละก้าว
“น้องสะใภ้รอง เหตุใดจู่ ๆ จึงออกมาเล่า?”
“ออกมานานเท่าใดแล้ว?”
แววตาของเฉินหย่งเหอฉายความตื่นตระหนก นางถอยกรูดโดยไม่กล่าวสักคำ ก่อนหันหลังวิ่งเข้าไปในเรือน
หัวใจของหยุนเซิ่นพลันดิ่งวูบ
สีหน้าของเฉินอวี้ซีดลงโดยไม่รู้ตัว “ฮูหยินน้อยรองคงไม่ได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่กระมัง?”
หยุนเซิ่นเร่งฝีเท้าวิ่งตามเข้าไปในเรือน
เฉินหย่งเหอตกใจจนเสียขวัญ นางวิ่งโซเซไปหาหลิวซื่อ ก่อนทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุบ แล้วกอดแขนอีกฝ่ายไว้แน่น
“ท่านแม่... ท่านแม่”
หลิวซื่อยังคงประคองร่างของหมิงอ๋องอยู่ นางฉีกเสื้อผ้าออกมาห้ามเลือดและพันแผลให้เขา เมื่อเห็นเฉินหย่งเหอคุกเข่าลงกะทันหัน แววตาก็เต็มไปด้วยความกังวล
