สือชิงเหยียนได้ฟังคำกำชับนั้น ปลายจมูกพลันแสบร้อนขึ้นมา
หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลรินจากหางตา
เขาถึงกับห่วงใยนางเพียงนี้เชียวหรือ?
หรือว่าเขาจะมีใจให้นางอยู่บ้างแล้ว?
สือชิงเหยียนรู้สึกราวกับกำลังฝัน ทุกสิ่งในชั่วขณะนี้ช่างดูไม่สมจริงเอาเสียเลย
หมอหลวงรับคำด้วยความหวาดหวั่น มือไม้เบามืออย่างที่สุด
เขาคาดไม่ถึงว่าฝ่าบาทจะทรงใส่พระทัยคุณหนูสือถึงเพียงนี้
เช่นนั้นเขาต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ดี วันหน้านางอาจกลายเป็นนายหญิงของเขาก็เป็นได้ หากผูกไมตรีไว้ได้ วันหน้าบางทีอาจได้เลื่อนขั้นเจริญรุ่งเรือง
หมอหลวงจึงพันแผลอย่างตั้งอกตั้งใจยิ่งขึ้น
ผ่านไปครึ่งเค่อ ในที่สุดก็พันแผลเสร็จสิ้น
เหลียงอวี่หวงให้สือชิงเหยียนกลับไปพักรักษาแผลที่เท้าให้ดี
“อย่าคิดฟุ้งซ่าน เมื่อเจิ้นรับปากให้เจ้าอยู่ในวังแล้ว ย่อมมอบฐานะที่เจ้าสมควรได้รับให้แน่นอน งานราชกิจของเจิ้นมีมากมาย ย่อมไม่อาจพบหน้าและพูดคุยกับเจ้าได้บ่อยครั้ง...ยามนี้ไม่ได้ วันหน้าก็ไม่ได้เช่นกัน”
เดิมทีสือชิงเหยียนกำลังเบิกบานใจ ทว่าความรู้สึกกลับดิ่งลงสู่ก้นเหวในชั่วพริบตา
นางกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น ก่อนค่อย ๆ ก้มหน้าลง
“หม่อมฉันทราบแล้ว วันนี้หม่อมฉันบุ่มบ่ามและเสียกิริยาเอง วันหน้าจะพยายามควบคุมตนเอง...ฝ่าบาท โปรดอย่าทรงตำหนิหม่อมฉันเลย หม่อมฉัน...หม่อมฉันรักพระองค์ยิ่งนัก บางครั้งก็ไม่อาจควบคุมตนเองได้จริง ๆ...”
เพราะนางรู้ข่าวว่าเฝิงซู่ชิงกำลังจะได้รับการสถาปนาเป็นฮองเฮา จึงร้อนใจจนเสียสติไปชั่วขณะ
