คังชินอ๋องทอดถอนใจ เขาไม่ได้บอกให้เฝิงซู่ชิงลุกขึ้น
กลับเดินไปหยุดอยู่หน้าหีบศพ จ้องมองหีบศพอย่างเหม่อลอยอยู่นาน
ดวงตาของเขาค่อย ๆ แดงก่ำขึ้น
“พ่อบ้านติดตามเปิ่นหวังมาตั้งแต่อายุสิบกว่าปี เปิ่นหวังกับเขาผ่านร้อนผ่านหนาวร่วมแรงร่วมใจกันมาหลายสิบปี แม้พวกเราจะมิใช่พี่น้องร่วมสายเลือด ทว่าความผูกพันที่สั่งสมมาตลอดหลายปีนี้ ลึกซึ้งยิ่งกว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือดเสียอีก”
“เดิมทีคิดว่าพวกเราจะได้แก่เฒ่าไปด้วยกัน ได้เห็นลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมืองกับตาตนเอง และสุขสำราญกับความสุขของครอบครัว ใครจะคิดว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ขึ้น”
“ได้ยินว่าเถ้าแก่หอเจียงเยว่มีความสามารถยิ่ง ทั้งยังเป็นเจ้าหอเทียนจี กุมข่าวสารส่วนใหญ่ของแคว้นเหลียงไว้ในมือ หอเจียงเยว่ควรเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดในเมืองหลวงแคว้นเหลียงแท้ ๆ แต่คิดไม่ถึงว่าเมื่อมองดูในยามนี้ กลับเป็นเรื่องน่าขันเสียแล้ว”
เฝิงซู่ชิงละอายใจอย่างยิ่ง นางก้มหน้าแทบไม่กล้ามองคังชินอ๋อง
“เรื่องครั้งนี้เป็นความประมาทของหม่อมฉันเองเพคะ”
“ไม่ว่าองค์อ๋องจะลงโทษหม่อมฉันเช่นไร หม่อมฉันยินดีรับไว้ทุกประการ จะไม่มีคำตัดพ้อแม้แต่น้อย ขอองค์อ๋องโปรดลงโทษเพคะ”
คังชินอ๋องแค่นเสียงเย็น “ลงโทษย่อมต้องลงโทษ พ่อบ้านตายเพราะเจ้า หากเปิ่นหวังไม่ลงโทษ แล้วผู้อื่นจะคิดว่าตำหนักคังชินอ๋องรังแกได้ง่ายมิใช่หรือ?”
“คุกเข่าอยู่ที่นี่ เฝ้าศพพ่อบ้านสามวัน เมื่อใดพ่อบ้านถูกฝัง เมื่อนั้นเจ้าจึงลุกขึ้นได้ หากทำไม่ได้ เปิ่นหวังจะไม่ยอมละเว้นหอเจียงเยว่ของเจ้าเป็นแน่...”
