เขามีสาวใช้หน้าตางดงามสองคนคอยประคอง ก้าวกระโผลกกระเผลกเข้ามา ร่างแทบครึ่งหนึ่งพิงอยู่บนกายของสาวใช้โฉมสะคราญ
ภาพเช่นนั้นชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกขัดตาอย่างประหลาด
แม้แผ่นหลังของเขาจะค้อมลงอยู่บ้าง ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับส่องประกายวาววับ โดยเฉพาะยามกวาดมองหยุนหลวน ราวกับจะกลืนกินนางเข้าไปทั้งตัว
เห็นได้ชัดว่าเขามองหยุนหลวนเป็นศัตรูหัวใจตั้งแต่แรกพบ
หยุนหลวนหรี่ตายิ้ม ลอบคิดว่าคนผู้นี้เป็นญาติฝ่ายมารดาของเหลียงอวี่หวงจริงหรือ? ญาติฝ่ายมารดาของเหลียงอวี่หวงถึงกับมีคนเสเพลเช่นนี้ด้วยหรือ
อายุปูนนี้ ร่างกายแทบจะลงโลงอยู่รอมร่อ ยังจะเจ้าชู้ไม่เลิกอีกหรือ?
ด้วยสังขารสั่นงันงกเช่นนั้น ยังจะมีแรงไปทำเรื่องเหลวไหลได้อีกหรือ?
เหยาฉินเห็นคนผู้นั้นแล้วร่างก็สั่น นางคว้าชายแขนเสื้อของหยุนหลวนไว้แน่น ก่อนกระซิบว่า “คนผู้นี้คือเมิ่งเฉา... เขาหมายปองข้าอย่างยิ่ง คุณชายโปรดจัดการอย่างระมัดระวัง อย่าได้ล่วงเกินเขาเป็นอันขาด บัดนี้อำนาจของรัชทายาทกำลังรุ่งเรือง พวกเราล่วงเกินไม่ได้”
“เขามาถึงยามนี้ เห็นทีมีคนจงใจส่งข่าวให้ แล้วตั้งใจมาหาเรื่องคุณชาย ท่านต้องหาทางหลบเลี่ยงเขา ท่านมิใช่คู่มือของเขา ระวังจะก่อเภทภัยขึ้นมา”
หยุนหลวนหัวเราะแผ่วเบา ไม่สนใจความกังวลในแววตาของเหยาฉิน แล้วกระโดดลงจากรถม้าอย่างคล่องแคล่วทันที
นางยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ท่าทางเกียจคร้านไร้ระเบียบ พลางกวาดตามองเมิ่งเฉาตั้งแต่หัวจรดเท้า
