“เหยาฉินเป็นสตรีผู้รักศักดิ์ศรียิ่ง นางไม่ชอบบุรุษผู้นั้น ย่อมขัดขืนจนถึงที่สุด หากนิสัยอ่อนแอกว่านี้ เกรงว่าคงไม่มีโอกาสได้พบคุณชายหลวนแล้ว คุณชายหลวน ท่านอย่าทำให้ความหวังของแม่นางเหยาฉินต้องสูญเปล่าเชียว”
เหยาฉินเม้มริมฝีปาก มองหยุนหลวนด้วยแววตาเปี่ยมความรัก
นางสะอื้นเสียงสั่นเอ่ยขึ้นได้จังหวะว่า “คุณชาย หากครานี้มิได้พบท่าน เกรงว่าข้าคงทนต่อไปไม่ไหว ต้องไปเป็นอนุคนที่ยี่สิบของบุรุษผู้นั้นแล้ว”
“บุรุษผู้นั้นอายุหกสิบกว่าแล้ว เป็นเพียงตาเฒ่าขี้ริ้วคนหนึ่ง ข้าจะยินยอมเป็นอนุของเขาได้อย่างไร แม้เขาจะแก่ชรา แต่ใจก็มิได้แก่ตาม โดยเฉพาะหลายปีมานี้ ยิ่งเหลวไหลกว่าสมัยก่อน มีสตรีอีกมากมายต้องตายด้วยน้ำมือเขา ส่วนใหญ่ทนอยู่ได้ไม่ถึงสามวัน อนุทั้งยี่สิบคนของเขา บ้างก็ตาย บ้างก็บาดเจ็บ ล้วนถูกเขาทำลายจนย่อยยับ”
“ฮือ ๆ ข้ายังเยาว์วัยนัก ไม่อยากปล่อยให้ทั้งชีวิตต้องสูญเปล่าไปกับคนวิปริตเช่นนั้น คุณชายหลวน ท่านต้องช่วยข้าให้ได้นะ มิฉะนั้น ข้ายอมตายเสียยังดีกว่าแต่งให้ตาเฒ่าขี้ริ้วผู้นั้น”
หยุนหลวนฟังแล้วก็โกรธขึ้นมาทันที
ใบหน้านางเขียวคล้ำด้วยโทสะ มองจงหลินอย่างเดือดดาล “ใต้เท้าจง สิ่งที่ฉินเอ๋อร์กล่าวเป็นความจริงหรือไม่ ท่านบอกข้ามาว่าบุรุษผู้นั้นเป็นใคร ข้าไม่สนว่าเขามีที่มาเช่นไร หรือมีผู้ใดหนุนหลัง ขอเพียงเขากล้าแตะต้องฉินเอ๋อร์แม้แต่ปลายนิ้ว ข้าจะส่งเขาลงปรโลกทันที”
