“ภายหลัง เหลียงเหวินคังต้องการวางสายลับไว้ข้างกายคุณชาย จึงจงใจสั่งประหารข้าน้อย คุณชายทนไม่ได้จึงร้องขอชีวิตให้ข้าน้อย เหลียงเหวินคังอาศัยโอกาสนี้ผลักข้าน้อยไปอยู่ข้างกายคุณชายในฐานะสายลับอย่างสมบูรณ์ องค์หญิงหนีหวงมอบยาถอนพิษให้คุณชายทุกเดือน... คุณชายคิดว่ากินยาถอนพิษเหล่านั้นแล้ว จะสามารถสะกดพิษกู่ในกายได้อย่างสิ้นเชิง”
“ใครจะรู้ว่าเมื่อคุณชายกินยาถอนพิษ ข้าน้อยก็จะแอบใส่พิษกู่ลงในอาหารของเขาอีกครั้ง เป็นเช่นนี้วันแล้ววันเล่า พิษกู่ที่เขาได้รับยิ่งทวีความรุนแรง ชนิดของพิษก็เพิ่มมากขึ้น นิสัยใจคอของเขายิ่งทารุณเกรี้ยวกราด... ค่อย ๆ พัฒนาไปในทิศทางที่เขาควบคุมไม่ได้ กระทั่งท้ายที่สุด เขาต้องสังหารคนในราชวงศ์ตระกูลเซียวจึงจะได้บรรเทาทุกข์ลงบ้าง”
“ความแค้นในใจเขามีเพียงหนึ่งส่วน พิษกู่กลับขยายความแค้นนั้นให้กลายเป็นสิบส่วน ขอเพียงเขาเกิดความคิดที่จะฆ่าคน ไม่นานพิษกู่ก็จะเข้าครอบงำความคิด ทำให้เขายกดาบสังหารในมือขึ้น หากไม่มีพิษกู่ คุณชายคงไม่ก่อกรรมทำชั่วมากมาย และสังหารผู้บริสุทธิ์ไปมากมายถึงเพียงนั้น”
เฉินอวี้กล่าวไปกล่าวมา แววตาก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง
“เป็นข้าน้อยเองที่ช่วยคนชั่วก่อกรรม ผลักคุณชายกลับลงสู่ห้วงนรกทีละก้าว”
หยุนหลวนฟังถ้อยคำเหล่านั้นของเฉินอวี้ หัวใจราวกับมีโลหิตหยดไหล
ดวงตาของนางแดงก่ำ จ้องมองเฉินอวี้อย่างเหม่อลอย
“ตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าไม่เคยสวามิภักดิ์ต่อพี่ใหญ่ของข้าใช่หรือไม่? ที่ผ่านมาเจ้าแสร้งยอมสวามิภักดิ์มาโดยตลอด หลังได้รับความไว้วางใจจากเขาแล้ว เจ้าก็ลงมือใส่พิษกู่ในอาหารของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไร้ยางอายใช่หรือไม่?”
