เมื่อสือเทียนเฮ่อได้รับข่าวและตามบ่าวไพร่มาถึง ความเคลื่อนไหวภายในลานเรือนก็สงบลงแล้ว
สือไห่นั่งพิงประตู ร่างอ่อนระทวยราวกับโคลน ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่า
สือเทียนเฮ่อไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขารีบพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อสือไห่ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? อยู่ดี ๆ เซียวหลิงจะถือแส้หนังเฆี่ยนมารดาเจ้าได้อย่างไร?”
ดวงตาที่พร่าเลือนของสือไห่พลันกลับมามีสติ
เขามองสือเทียนเฮ่อด้วยสีหน้าตื่นตระหนกยิ่ง “ท่านพ่อ ในที่สุดท่านก็มาหรือ? ข้า...ข้าไม่ได้ยินเสียงร้องของท่านแม่แล้ว ท่านว่า นางจะ...”
สือเทียนเฮ่อขมวดคิ้ว ก่อนตวาดเสียงกร้าว “พูดจาเหลวไหลอันใด? ข้าค่อยคิดบัญชีกับเจ้าอีกที...”
เขาไม่เชื่อว่าเซียวหลิงจะกล้าทำอะไรฮูหยินสือ
อย่างไรที่นี่ก็คือตระกูลสือ ต่อให้นางใจกล้าเพียงใด ก็ไม่มีทางก่อเหตุถึงแก่ชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น ฮูหยินสือยังเป็นนายหญิงแห่งตระกูลสือ
นางไม่มีทางทำร้ายฮูหยินของเขาโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด
สือเทียนเฮ่อพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อให้ตนสงบลง
จากนั้นเขายกมือเคาะประตูอย่างแรง
“เซียวหลิง เปิดประตูก่อน พวกเรามาคุยกันดี ๆ ได้หรือไม่? เรื่องวันนี้เป็นมารดาเจ้านั่นเองที่ทำไม่ถูก นางผิดทุกอย่าง ไม่ควรลงมือทุบตีเจ้า”
“เจ้าวางใจเถิด รอข้าสืบสาวเรื่องราวให้กระจ่างแล้ว ข้าจะลงโทษหญิงโง่เขลาผู้นั้นให้สาสม ทวงความเป็นธรรมและระบายโทสะให้เจ้าเอง”
