“ท่านพ่อสามี...ท่านคงไม่ตำหนิข้าเพราะเรื่องนี้กระมัง? ข้าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ...หากท่านไม่เอาความ ข้าจะกลับจวนในวันพรุ่ง แล้วกล่าวคำดี ๆ ต่อหน้าท่านปู่ให้ตระกูลสือมากขึ้น ต่อ...ต่อไปข้าจะสำรวมตน และดีกับสือไห่ให้มาก”
“ส่วนเรื่องที่แม่สามีสั่งเสียก่อนสิ้นใจ ให้ท่านขับไล่ข้าออกจากบ้านนั้น ท่านอย่าได้ถือเป็นจริงเป็นจังเด็ดขาด การเป็นทองแผ่นเดียวกับตระกูลเซียว เป็นเรื่องดีที่ผู้อื่นต่อให้จุดธูปกราบไหว้ตลอดชีวิตก็ยังมิอาจไขว่คว้ามาได้ ท่านอย่าทำลายอนาคตอันรุ่งโรจน์ของตระกูลสือเพียงเพราะวู่วามชั่วครู่เป็นอันขาด”
ครั้นแต่งออกเรือน ท่านปู่เคยกำชับนาง ให้ใช้ชีวิตร่วมกับสือไห่ให้ดี
ตระกูลเซียวไม่เคยมีสตรีที่ถูกขับออกจากเรือน
หากวันหนึ่งนางถูกสือไห่ขับออกจากเรือน นางก็มีแต่ต้องตายสถานเดียว
แม้ท่านปู่จะรักเอ็นดูนาง แต่ก็ไม่มีทางยอมทำลายกฎของตระกูลเซียวเพื่อนาง
หากตระกูลสือขับนางออกจากเรือนเพราะเรื่องนี้จริง ๆ
นางก็ไม่มีทางรอดชีวิตอีกแล้ว
ท่านปู่ไม่มีวันยอมให้สตรีที่ถูกขับออกจากเรือนเช่นนางมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไปอย่างแน่นอน
เซียวหลิงเพิ่งตระหนักได้ในภายหลังว่า ตนก่อเภทภัยใหญ่หลวงเพียงใด
นางพยายามข่มความตื่นตระหนกในใจ แล้วมองสือเทียนเฮ่อด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง
สือเทียนเฮ่อมีสีหน้าเรียบเฉย สายตาจับจ้องเซียวหลิงเงียบ ๆ
จากนั้นเขาก็ยิ้มบาง “อย่าตื่นตระหนก...ข้าไม่ทำอะไรเจ้า”
“ไม่ว่าอย่างไร เจ้าก็เป็นสะใภ้ตระกูลสือของเรา เจ้าพูดไม่ผิด การเป็นทองแผ่นเดียวกับตระกูลเซียว เป็นวาสนาที่ตระกูลสือของเราต่อให้จุดธูปกราบไหว้ตลอดชีวิตก็ยังไขว่คว้ามาไม่ได้ วาสนาเช่นนี้ เราจะตัดใจทิ้งไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?”
