เซิ่งกุยขมวดคิ้ว ก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืน
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น? เหตุใดจึงกระอักเลือด?”
เขาไม่สนใจจะหยั่งเชิงเฝิงอี้อีกต่อไป เร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังตำหนักชั้นใน
ยามนี้มีคนเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดให้หยุนหลวนแล้ว หน้ากากหนังมนุษย์ที่ปิดบังใบหน้างามล้ำเหนือสามัญของนางก็ถูกดึงออก เผยให้เห็นโฉมหน้าที่งดงามราวเทพธิดา
นางยังคงหลับตา นอนอยู่บนเตียง
ร่างของนางสั่นเทาไม่หยุด เลือดสดไหลซึมจากมุมปาก
เลือดเหล่านั้นเปื้อนผ้าห่มจนแดงฉานอย่างรวดเร็ว…
เซิ่งกุยเดินเข้าไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วตรวจดูอาการของหยุนหลวนอย่างรวดเร็วที่สุด
จากนั้นเขาหยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่ง ยัดใส่ปากหยุนหลวน
อาการชักกระตุกของหยุนหลวนหยุดลงอย่างรวดเร็ว
เลือดก็ไม่ไหลออกจากมุมปากอีก
เซิ่งกุยสั่งแม่นมให้เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดอีกชุดให้หยุนหลวน
จากนั้นจึงลุกออกจากห้องใน
เฝิงอี้ตามหลังเขาไปติด ๆ แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย นางรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเซิ่งกุยว่า “ผู้อาวุโส เหตุใดนางจึงเป็นเช่นนี้ขึ้นมากะทันหัน ร่างกายของนางคงไม่เป็นอันใดมากกระมัง?”
เซิ่งกุยหัวเราะเยาะเบา ๆ “คงเป็นหลู่ฉีเจ้าคนโง่นั่น ให้นางกินยาถอนพิษกู่อะไรเข้าไป ใครจะรู้ว่าไม่เพียงถอนพิษกู่ไม่ได้ กลับทำให้นางถูกพิษย้อนเล่นงาน หากนางไม่ได้อยู่ในตำหนักใต้ดินแห่งนี้ ชีวิตคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว”
“ดูท่าหลู่ฉีจะจนปัญญากับพิษกู่นี้ ถึงขั้นไม่สนใจสิ่งใด ใช้ยาให้หยุนหลวนส่งเดช หากเรื่องนี้ไปถึงหูเยี่ยนอ๋อง ไม่รู้ว่าเขาจะคิดเช่นไร?”
