“ดูท่ายาระงับปวดคงหมดฤทธิ์แล้ว คืนนี้หากเจ้าไม่อยู่ ข้าคงทรมานเพียงใดหนอ”
“ฮือ ๆ คงนอนไม่หลับทั้งคืนเป็นแน่ ไม่มีคนดูแล ไม่มีคนคอยเฝ้า ช่างน่าเวทนายิ่งนัก ผู้ใดจะมีชะตาอาภัพเช่นข้ากัน”
แววตาของเซียวถิงเยี่ยนฉายความกังวลขึ้นมาหลายส่วน เขาผลักหยุนหลวนออกจากอ้อมแขน ก่อนก้มลงตรวจดูบาดแผลของนางอย่างเร่งร้อน
“เจ็บมากหรือ? หมอพันแผลให้เรียบร้อยแล้วมิใช่หรือ หรือเจ้าเคลื่อนไหวซุกซนจนแผลปริอีกแล้ว?”
หยุนหลวนมองเซียวถิงเยี่ยนอย่างน่าสงสาร แม้แต่ในดวงตาของนางยังมีหยาดน้ำตาพร่างพราว
“ไม่รู้สิ เพียงแต่รู้สึกเจ็บเหลือเกิน”
“อาเยี่ยน หากเจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้า บางทีข้าอาจไม่เจ็บถึงเพียงนั้น”
เซียวถิงเยี่ยนชะงักไป ก่อนหันมามองหยุนหลวน
หยุนหลวนกลับฉวยโอกาสที่เขาไม่ทันระวัง โน้มใบหน้าเข้าไปหา แล้วเป็นฝ่ายจุมพิตริมฝีปากบางของเขา
ลมหายใจของเซียวถิงเยี่ยนสะดุด
เขาอดใจไม่ไหว ยื่นมือโอบนางเข้ามาในอ้อมแขนทันที
เขาทอดถอนใจอย่างจนปัญญา “เจ้าคงเป็นคนที่สวรรค์จงใจส่งมาทรมานข้า”
ดวงตาของหยุนหลวนแดงเรื่อ นางกอดเอวเขาไว้แน่น
“อาเยี่ยน อย่าโกรธอีกเลย ได้หรือไม่?”
“อย่าเมินข้าเลย มิฉะนั้นข้าคงทุกข์ใจและทรมานยิ่งนัก”
“หากอารมณ์ไม่ดี แผลนี้ก็ย่อมรักษาไม่หาย เมื่อแผลไม่หาย ร่างกายก็จะย่ำแย่ลง ท้ายที่สุดผู้ที่เสียหายมากที่สุดก็คือเจ้า”
เซียวถิงเยี่ยนอดยิ้มมุมปากไม่ได้ เมื่อเห็นท่าทางของนางที่เถียงข้าง ๆ คู ๆ เขาจึงถามพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าได้รับบาดเจ็บ ร่างกายของเจ้าต่างหากที่เสียหาย เกี่ยวอันใดกับเปิ่นหวัง?”
