นางกลัวว่าคุณชายหลวนจะเกิดอันตราย
นางจึงรีบลงจากเตียง คว้ากระบี่อ่อนในมือ แล้วเดินออกจากห้องไปหยุดอยู่หน้าห้องพักของหยุนหลวน
นางกำลังจะผลักประตูเข้าไป ทันใดนั้นก็ได้ยินหยุนหลวนเอ่ยขึ้น
“ยามนี้พวกเรายังไม่มีวิธีดี ๆ ที่จะวางสายสืบไว้ในเมืองหลวง...ข้าคิดว่าอาจอาศัยการคัดเลือกหญิงงามของแคว้นเหลียงครานี้ ส่งหญิงงามบางคนเข้าไปในวังหลวง ได้ยินมาว่าหลายปีมานี้ฮองเฮาเซียวเป็นที่โปรดปรานเพียงผู้เดียวในวังหลัง นับว่าได้เชิดหน้าชูตาอย่างยิ่ง ในวังล้วนมีแต่คนเก่าแก่ ไม่มีคนใหม่เข้าวังมาถึงห้าปีแล้ว”
“ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ฮ่องเต้กับฮองเฮาทะเลาะวิวาทกันอย่างหนัก...ฝ่าบาทกริ้วจนมีพระบัญชาให้จัดการคัดเลือกหญิงงาม รับพระสนมเข้ามาเติมเต็มวังหลัง ข้าคิดว่านี่เป็นโอกาส...หากหาสตรีผู้หนึ่งมาชิงความโปรดปรานจากฮองเฮาเซียวได้ จะถอนฟืนเสียตั้งแต่ก้นกระทะ ทำลายสิ่งที่ตระกูลเซียวใช้พึ่งพาได้หรือไม่?”
“เหตุใดตระกูลเซียวจึงกำเริบเสิบสาน ทำตามอำเภอใจได้ถึงเพียงนี้ สิ่งที่พวกเขาพึ่งพามิใช่ความโปรดปรานที่ฮองเฮาเซียวได้รับหรอกหรือ? หากความโปรดปรานนั้นหมดไปเล่า?”
ฉู่หลิงชะงักมือ มิได้ผลักประตูบานนั้นเข้าไป
ถ้อยคำของหยุนหลวนดังก้องดุจคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำอยู่ในใจนาง
ราวกับจู่ ๆ นางก็รู้แล้วว่าควรทำเช่นไร
ฉู่หลิงตื่นเต้นจนหัวใจเต้นระรัว
นางถามตนเองว่าโฉมหน้าของนางก็มิได้ด้อย
ต่อให้เทียบกับองค์หญิงหนีหวง นางก็ไม่เป็นรองแม้แต่น้อย
