หยุนหลวนยกยิ้ม พลางพยักหน้า
หวังว่าฉู่หลิงจะไม่ทำให้นางผิดหวัง
แต่นางก็เชื่อว่า คนที่มีความแค้นท่วมฟ้าอยู่ในใจ ย่อมไม่ยอมให้ตนเองพ่ายแพ้ไม่ว่าด้วยเหตุใด
รุ่งเช้าวันถัดมา ทันทีที่นางตื่น ก็มีคนเข้ามารายงานว่าฉู่เฟิงฟื้นแล้ว
หยุนหลวนไปเยี่ยมฉู่เฟิง
ฉู่เฟิงนอนอยู่บนเตียง แววตาเลื่อนลอย
หลังผ่านความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ ทั้งร่างกายและจิตใจของเขาล้วนได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก
เพราะฉะนั้น เขาคงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะฟื้นคืนสู่สภาพเดิม
เมื่อเห็นหยุนหลวนมา เขาก็ดิ้นรนขยับกาย หมายจะลุกขึ้นคารวะนาง
หยุนหลวนกดแขนเขาไว้ แล้วบอกว่าอย่าขยับ
ฉู่เฟิงขยับริมฝีปากอย่างลังเล ก่อนถามว่า “คุณชายหลวน... ฉู่...ฉู่หลิงเล่า? นางอยู่ที่ใด?”
เขากำหมัดแน่น ในดวงตามีแต่ความสับสน
ฉู่หลิงสังหารบิดามารดาของเขา ภาพนองเลือดในยามก่อนหมดสติ เขาคงไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
หยุนหลวนถอนหายใจ แล้วตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ฉู่หลิงตายแล้ว หลังสังหารบิดามารดาของเจ้า นางก็ฆ่าตัวตาย”
“เพราะฉะนั้น เจ้าไม่ต้องคิดแก้แค้นนางอีกแล้ว”
ฉู่เฟิงชะงัก ดวงตาแดงก่ำ ดูคล้ายยังทำใจยอมรับไม่ได้
“เป็นไปได้อย่างไร?”
“นางจะฆ่าตัวตายได้อย่างไร?”
หยุนหลวนถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนอธิบายเสียงต่ำ “สำหรับนาง การยกโจรเป็นบิดาคงเป็นความทุกข์อย่างยิ่ง แม้นางจะสังหารบิดามารดาของเจ้า แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางก็คงมีความผูกพันกับพวกเขาอยู่บ้าง”
