ชั่วขณะนั้นโลหิตสาดกระเซ็น กลิ่นคาวเลือดแผ่กระจายไปทั่ว
โลหิตจากบาดแผลตรงแขนที่ขาดทะลักออกมาราวกับน้ำพุ พุ่งพรวดไม่หยุด
มีหนอนสีขาวตกลงไปในกองเลือด ดิ้นขยุกขยิกไม่หยุด
ทว่าดิ้นรนได้ไม่นาน หนอนสีขาวเหล่านั้นก็แน่นิ่งไปโดยสิ้นเชิง
ภาพนี้น่าสยดสยองถึงขีดสุด แต่กลับชวนให้เศร้าโศกและเจ็บปวดเหลือเกิน
ผู้คนไม่น้อยต่างขอบตาแดงก่ำ
เสียงสะอื้นและเสียงสะอึกสะอื้นดังขึ้นสลับกันไม่ขาดสาย
“หนอนมากมายเหลือเกิน...”
“นี่คือสิ่งใดกัน?”
“ได้ยินว่าเป็นหนอนกู่ ศาสตร์กู่และไสยเวทสามารถควบคุมความคิดของคนได้...”
“มิน่าเล่าคุณชายใหญ่จึงใช้แขนขวาได้ตามปกติ ทั้งยังเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์โดยไม่แยกแยะ ที่แท้เขาถูกผู้อื่นควบคุมอยู่หรือ?”
ใบหน้าของหยุนเฟิงเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง เขาควบคุมตนเองไม่อยู่ ร่ำไห้ออกมาอย่างหนัก
“พี่ใหญ่...”
เขาจำได้ว่าหมอเทวดาหลู่เคยกล่าวไว้ หากหยุนเซิ่นตัดแขนตนเองเมื่อใด ชีวิตของเขาก็จะสิ้นสุดลงเมื่อนั้น
พี่ใหญ่ไม่คิดมีชีวิตอยู่ต่อแล้วจริง ๆ
เขาตั้งใจจะตายอย่างแท้จริง
หยุนหลวนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเลื่อนลอย มุมปากนางขยับแผ่วเบา “พี่ใหญ่...”
แววตาเลื่อนลอยของหยุนเซิ่นค่อย ๆ กระจ่างขึ้น... คล้ายเขาตื่นจากฝันร้ายในชั่วพริบตา
เขามองหยุนหลวนอย่างพร่าเลือน “ข้านึกออกแล้ว... ที่จริงผู้ช่วยชีวิตข้ามิใช่องค์หญิงหนีหวง คนที่ช่วยข้าไว้อย่างแท้จริงคือจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียง เหลียงเหวินคัง ส่วนผู้ที่วางหนอนกู่ไว้ในตัวข้า ก็มิใช่เซิ่งหนี่ว์แห่งแคว้นเหลียง ชานเยว่ แต่เป็นเซิ่งกุยผู้อาวุโสแห่งเผ่าอู๋กู่แคว้นเหลียง”
