มิฉะนั้น หากเหลียงอวี่หวงสิ้นพระชนม์
จักทำให้ฮ่องเต้อย่างเขากลายเป็นเพียงหุ่นเชิด เกรงว่าจะต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่
บัดนี้ราษฎรต่างก่นด่าเขาว่าเป็นทรราชที่ไม่แยกแยะถูกผิด เอาแต่ลุ่มหลงฮองเฮา
คำว่า ‘ทรราช’ นี้ นับแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ไม่มีกษัตริย์องค์ใดแบกรับไหว
เพียงสองคำสั้น ๆ ก็เพียงพอจะลบล้างคุณูปการและความสำเร็จทั้งหมดที่ฮ่องเต้พระองค์ใดเคยสร้างไว้
เหลียงเหวินคังร้อนรนจนแทบทำอะไรไม่ถูก “เหลียงอวี่หวงต้องไม่ตายเด็ดขาด อีกทั้งต้องสืบเรื่องที่เขาถูกวางยาพิษทันที จ้าวฉี เจ้าไปสืบเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องจับตัวคนร้ายมาให้ได้”
จ้าวฉีประสานมือ รับพระบัญชาในทันที
“กระหม่อมรับพระบัญชา”
จ้าวฉีถอยออกไป แล้วออกจากวังมุ่งหน้าไปยังคุกหลวงทันที
ฮองเฮาเซียวเองก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ นางมีแววสงสัยเต็มดวงตา ก่อนหันไปมองรูเอ๋อร์ นางกำนัลคนสนิท
“รูเอ๋อร์ เปิ่นกงมิได้สั่งหัวหน้าคุกให้ลงมือกับเหลียงอวี่หวงหลังจากนี้อีกหลายวันหรือ เหตุใดพวกเขาจึง... อดทนรอไม่ไหว ลงมือเร็วถึงเพียงนี้”
รูเอ๋อร์เองก็มึนงง ทั้งยังหวาดหวั่นยิ่งนัก
“บ่าวไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นเพคะ ฮองเฮา ยามนี้ทางคุกหลวง ราษฎรก่อความวุ่นวายกันแล้ว แม้แต่ขุนนางเฒ่าเหล่านั้นก็พากันไปคุกเข่าอยู่หน้าประตูวังพร้อมกับคนตระกูลเมิ่ง”
แววตาของฮองเฮาเซียวเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย “พวกเขาจะมาร่วมวุ่นวายด้วยทำไม เปิ่นกงเป็นถึงฮองเฮา เพียงสังหารคนตระกูลเมิ่งที่กล่าววาจาล่วงเกินเปิ่นกงไปคนหนึ่งเท่านั้น เหตุใดพวกเขาจึงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปเสียที ล้วนเป็นพวกชั้นต่ำไร้ค่าแท้ ๆ ถึงกับคิดจะเอาผิดฮองเฮาอย่างเปิ่นกง พวกเขากินดีหมีหัวใจเสือมาหรืออย่างไร”
