คนสนิทมีสีหน้าร้อนใจ “ผู้อาวุโส แล้วพวกเราควรทำเช่นไร? จะให้มองพวกเขาตกอยู่ในอันตราย แล้วเลือกนิ่งเงียบได้หรือ?”
“ยามนี้เหลียงอวี่หวงก็เป็นเพียงรัชทายาทที่ถูกปลด อำนาจในมือถูกริบคืนไปจนหมด ต่อให้เขาเลี้ยงหน่วยมืดไว้คุ้มกันตนเองบ้าง แล้วจะเลี้ยงคนไว้ได้สักกี่คน?”
“ไม่เช่นนั้นพวกเราฉวยโอกาสบุกเข้าไปในคุกหลวง สังหารเขาเสียตรงนั้น แล้วค่อยช่วยนักพรตหญิงหยวนจู๋ออกมา ฝ่าบาทมิได้ทรงเห็นความสำคัญของรัชทายาทที่ถูกปลด ต่อให้เขาถูกคนลอบสังหารในคุกหลวง คาดว่าพระองค์ก็คงไม่ทรงเอาเรื่องเท่าใดนัก”
สีหน้าเซิ่งกุยเย็นเยียบประหนึ่งน้ำค้างแข็ง เขายกมือคลึงหว่างคิ้ว ก่อนมองคนสนิทอย่างเย็นชา “เจ้าคนโง่ คิดว่าเรื่องราวจะเรียบง่ายดังที่เห็นภายนอกหรือ? หากจัดการเหลียงอวี่หวงได้ง่ายดายจริง นักพรตหญิงหยวนจู๋คงลงมือสำเร็จไปแล้ว มิใช่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้...”
“เห็นชัดว่านี่คือแผนลวง... เหลียงอวี่หวงย่อมคิดใช้หยวนจู๋เป็นเหยื่อล่อให้พวกเราติดกับ ก่อนหน้านี้พวกเราประเมินเขาต่ำไป หากยังบุ่มบ่ามอีก เกรงว่าเขาจะถอนรากถอนโคนพวกเราจนสิ้น”
เขาจะหลงกลนี้ไม่ได้เด็ดขาด
ยามนี้เขาจะใจร้อนไม่ได้เป็นอันขาด มิฉะนั้นแผนการทั้งหมดที่วางไว้จะสูญเปล่า
การตายของเซียวกั๋วจ้างคือเสียงเตือนสำหรับพวกเขา
เขาไม่ปรารถนาจะเดินตามรอยเซียวกั๋วจ้าง
ไม่ว่าผู้ใดหรือเรื่องใด ก็ไม่อาจทำให้เขาเปลี่ยนใจได้
แววตาของเซิ่งกุยฉายความเย็นเยียบเสียดกระดูก
