“รอก่อน...” เหลียงอวี่หวงหรี่ตา แววตาลึกล้ำจับจ้องไปยังห้องขังห้องนั้น “ยามนี้ต้องแข่งกันที่ความอดทนและจิตใจ ทุกวันให้คนส่งน้ำหนึ่งชามไปให้นาง นอกจากนั้นอย่าให้อาหารนางแม้แต่น้อย”
เฉิงเฟิงรีบผงกศีรษะรับคำ
เหลียงอวี่หวงกลับไปยังห้องขังของตน หยิบพู่กันขึ้นมาเริ่มฝึกเขียนอักษรต่อ
อารมณ์ที่เดิมปั่นป่วนอยู่ในใจ ค่อย ๆ สงบลงระหว่างฝึกเขียนอักษร จิตใจเริ่มนิ่งสงบขึ้นทีละน้อย
ใจร้อนย่อมไม่ได้งาน
เขามีเวลาเหลือเฟือที่จะรอ ไม่จำเป็นต้องร้อนใจ
——
ตำหนักหนีหวง
เซียวไต้นั่งอยู่ข้างเตียงของเหลียงหนีหวง แสร้งทำเป็นป้อนยาให้นาง ดวงตาคอยเหลือบมองออกไปด้านนอกเป็นระยะ
เผลอเพียงนิดเดียว ช้อนยาก็จิ้มถูกจมูกของเหลียงหนีหวงเข้าเสียแล้ว
เหลียงหนีหวงข่มกลั้นโทสะในใจ เอ่ยเตือนเสียงเบา “พระมารดา อย่าทรงร้อนพระทัย ข่าวที่คนข้างล่างส่งมาต้องไม่ผิดพลาดแน่ พระมารดารออีกสักหน่อยเถิด เสด็จพ่อใกล้จะเสด็จมาแล้ว”
เซียวไต้หันกลับมาชำเลืองเหลียงหนีหวง ครั้นเห็นช้อนยาจิ้มจมูกนางอยู่ ก็เลิกคิ้วพลางหัวเราะ “ข้าต้องให้เจ้ามาเตือนด้วยหรือ? ทำสิ่งที่เจ้าควรทำให้ดีก็พอ ส่วนเรื่องที่เจ้ารับปากข้าไว้ เจ้าต้องทำให้ได้”
“ข้าให้เวลาเจ้าสามวัน หากเจ้าไม่อาจทำให้เสด็จพ่อของเจ้าหันกลับมามีใจให้ข้าได้ ข้าจะเปิดเผยชาติกำเนิดของเจ้าต่อหน้าเขาทันที ต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะลากเจ้าไปตายด้วยกัน”
รอยยิ้มบนใบหน้านางอ่อนโยน ทว่าถ้อยคำที่เอ่ยกลับคมกริบดุจกระบี่ แทงใจเหลียงหนีหวงจนโกรธแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก
