ใกล้รุ่งสาง เหลียงอวี่หวงมองใบหน้าซีดเซียวอิดโรยของเซียวถิงเยี่ยน ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “ไม่เช่นนั้นพักสักครึ่งชั่วยามเถิด ต่อให้คนไม่กินไม่ดื่ม พวกเราก็ต้องเปลี่ยนม้า ม้าวิ่งมาทั้งคืน กำลังคงถึงขีดจำกัดแล้ว”
เซียวถิงเยี่ยนมองไปยังสถานีพักม้าด้านหน้า ก่อนพยักหน้ารับช้า ๆ
ทันทีที่ลงจากหลังม้า ขาทั้งสองข้างของเขาก็อ่อนแรง จนแทบทรุดลงกับพื้น
เหลียงอวี่หวงยื่นมือไปประคองแขนเซียวถิงเยี่ยนไว้
“เยี่ยนอ๋อง ท่านยังไหวหรือไม่?”
เซียวถิงเยี่ยนส่ายหน้าช้า ๆ กำลังจะตอบว่าไม่เป็นไร เฮยอี้ก็เดินเข้ามาด้วยดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงเจือสะอื้นอยู่หลายส่วน “ฝ่าบาทอาจไม่ทรงทราบ หลายวันมานี้ท่านอ๋องแทบไม่ได้หลับเลย...พระองค์ทรงเป็นห่วงอาการของพระชายา จนมิอาจข่มตาหลับ หลายวันมานี้ไม่รู้ว่าทรงฝืนผ่านมาได้อย่างไร”
“ถึงร่างกายจะแข็งแรงเพียงใด ก็ยังเป็นเลือดเนื้อ ฝืนมาหลายวันติดกัน จะทนไหวได้อย่างไร? ข้าเพียงหวังว่าพระชายาจะสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ท่านอ๋องมีต่อนาง...”
ในใจเหลียงอวี่หวงรู้สึกซับซ้อนยิ่งนัก เขากับเฮยอี้ช่วยกันประคองเซียวถิงเยี่ยนไปนั่งพักตรงที่แห่งหนึ่ง
เซียวถิงเยี่ยนเอ่ยขอบคุณเสียงเบา จากนั้นดื่มน้ำอุ่นเล็กน้อยและกินเสบียงแห้งไปบ้าง
เหลียงอวี่หวงอดเอ่ยปากไม่ได้ “เยี่ยนอ๋อง ท่านหลับตาพักสักครู่เถิด ครึ่งชั่วยามให้หลัง เจิ้นจะปลุกท่าน”
เซียวถิงเยี่ยนส่ายหน้า เขายกมือคลึงหว่างคิ้วที่ปวดเมื่อย “หลับตาไม่ได้ หากหลับตาลง ข้ากลัวว่าจะตื่นไม่ขึ้น”
