เขาคล้ายจะสวามิภักดิ์ต่อองค์หญิงหนีหวงมานานแล้ว ยึดนางเป็นนายเหนือหัว
นี่ไม่ถูกต้อง
ขุนนางผู้หนึ่งพลันร้องขึ้นด้วยความตกใจ “ฝ่าบาท กระหม่อมพบว่าองค์รัชทายาทดูผิดปกติอยู่บ้าง พระเนตรเหม่อลอยไร้แวว วาจาและการกระทำคล้ายหุ่นเชิด ราวกับถูกผู้อื่นควบคุม...”
เมื่อมีเสียงหนึ่งตั้งข้อสงสัย เหล่าขุนนางที่สวามิภักดิ์ต่อเหลียงอวี่หวงก็พากันขานรับทันที
“จริงด้วย ปฏิกิริยาขององค์รัชทายาทผิดปกติยิ่งนัก”
“หรือว่าองค์หญิงใช้วิชากู่บางอย่างควบคุมองค์รัชทายาทไว้?”
“ใช่แล้ว องค์รัชทายาทต้องถูกใช้วิชากู่เป็นแน่ มิฉะนั้นคงไม่แสดงปฏิกิริยาเช่นนี้... ฝ่าบาท เพื่อความเป็นธรรม ขอพระองค์โปรดมีรับสั่งเรียกหมอหลวงขึ้นท้องพระโรง ตรวจชีพจรองค์รัชทายาท ดูว่าทรงถูกผู้ใดวางพิษกู่หรือไม่”
“ถูกต้อง เรื่องนี้สำคัญยิ่ง จะปล่อยผ่านไปโดยง่ายมิได้ จำต้องเรียกหมอหลวงมาตรวจชีพจรองค์รัชทายาท”
สีหน้าขององค์หญิงหนีหวงแปรเปลี่ยน เห็นได้ชัดว่านางคาดไม่ถึงว่าเพียงเหลียงอวี่หวงกล่าวคำถวายพระเกียรติแก่นางตอบกลับมา จะก่อคลื่นลมใหญ่โตถึงเพียงนี้
แววตาของนางฉายความตื่นตระหนกอยู่หลายส่วน
นางมองเหลียงเหวินคังอย่างทำอะไรไม่ถูก
เหลียงเหวินคังกำหมัดแน่น สีหน้าหม่นคล้ำ เม้มริมฝีปากเงียบงัน
เหล่าขุนนางที่คุกเข่าอยู่ จากตอนแรกมีเพียงไม่กี่คนที่ยกข้อคัดค้าน บัดนี้ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนเกือบครึ่งหนึ่ง ต่างเรียกร้องให้เรียกหมอหลวงขึ้นท้องพระโรงมาตรวจชีพจรองค์รัชทายาท
